ผีไทย ทำไมถึงชอบรำโชว์

ในบรรดาผีของชาติต่างๆ ผีไทยช่างน่ากลัวไม่แพ้ชาติใดในโลก ทั้งใบหน้าและคอสตูมแบบไทยๆยิ่งทำให้หลอนมากขึ้นไปอีก มีหลายคนชอบเจอผีไทยในลุคห่มสไบและรำไทยประกอบความน่ากลัว แต่คุณเคยสงสัยกันไหมว่า “ทำไมผีไทยถึงชอบรำโชว์เมื่อปรากฏกายให้มนุษย์เห็น”

 

คงไม่มีใครตอบได้ว่า เหตุผลคืออะไร แต่เนื่องด้วยรำไทยหรือนาฏศิลป์ไทยถือเป็นมรดกและเอกลักษณ์ของชาติที่มีมาตั้งแต่โบราณ ดังนั้นเรื่องราวของผีไทยก็คงจะผูกโยงไปกับรำไทยที่เป็นตัวตนที่แท้จริงของคนไทย อย่ารอช้าลองมาสัมผัสกับรำไทยว่ามีความน่าสนใจอย่างไร

 

ที่มาของนาฏศิลป์ไทยสันนิษฐานว่ากำเนิดมาพร้อมกับชนชาติไทยเพราะการแสดงเหล่านี้สะท้อนและบ่งบอกถึงวิถีชีวิต สังคม ความเป็นอยู่ รวมไปถึงความเป็นตัวตนของคนไทยไล่มาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน นาฏศิลป์ไม่ได้หมายถึงการรำเพียงอย่างเดียวแต่รวมถึงการร้อง รำ และทำเพลงควบคู่กันไป

 

นาฏศิลป์ไทยมีองค์ประกอบที่หลากหลาย กว่าจะออกมาเป็นการแสดงในแต่ละครั้งจะต้องจัดแจงทุกอย่างมากพอสมควร เริ่มด้วยการฟ้อนรำซึ่งเป็นท่าทางที่คนสร้างขึ้นมาให้แสดงตามบทบาทของแต่ละตัวละคร ต่อมาคือจังหวะ ซึ่งมีอยู่ในตัวของแต่ละคน ใช้ในการฝึกพื้นฐานการรำ ส่วนเนื้อร้องและทำนองก็เป็นบทที่ให้นางรำแสดงบทบาทตามได้เพื่อให้คนเข้าใจ การแต่งกายจะเป็นสิ่งที่บอกถึงยศฐาบรรดาศักดิ์ของแต่ละตัวละคร การแต่งกายถือเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวละคร ในแต่ละชาติก็อาจจะรังสรรค์ชุดแต่งกายที่ต่างกันออกไป ส่วนการแต่งหน้าใช้บ่งบอกเอกลักษณ์ของแต่ละตัวละคร แต่งให้หนุ่ม ให้แก่ ได้ตามคาแรคเตอร์ ส่วนต่อมาคือเครื่องดนตรีที่บรรเลงประกอบการแสดง ถือเป็นองค์ประกอบหลักที่ทำให้การแสดงสมบูรณ์ซึ่งตัวนักแสดงจะต้องรำและเคลื่อนไหวตามเนื้อร้องและทำนองเพลง องค์ประกอบสุดท้ายคืออุปกรณ์ประกอบการแสดง อาทิเช่นร่ม หรือพัดที่จะนำมาใช้ประกอบเพื่อให้การแสดงดูสมจริงและเห็นภาพมากยิ่งขึ้น

 

ทุกท่านครับ การแสดงนาฏศิลป์ไทยเป็นมรดกที่เชิดหน้าชูตราของประเทศไทยควรอนุรักษ์และต่อยอดเพื่อให้ลูกหลานได้เห็นและชมความสวยงามของการแสดงต่างๆเหล่านี้ อีกอย่างเอกลักษณ์นี้ยังเป็นที่กล่าวขานกันเป็นวงกว้างทั่วโลก ชาวต่างชาติล้วนอยากมาดูรำไทยและนาฏศิลป์ไทย อย่าปล่อยให้วัฒนธรรมดีๆแบบนี้หายไปกับอดีตหรือปล่อยให้ผีมารำโชว์เพียงอย่างเดียว 

 

ร่องรอยประวัติประวัติศาสตร์

ร่องรอยอาณาจักรของเขมรโบราณในทางภาคอีสานของประเทศไทยพุทธศตวรรษที่12 18อาณาจักรเขมรโบราณเป็นอาณาจักรหนึ่งที่ยิ่งใหญ่ของเอเชียตะวันออกฉียงใต้มีอาณาเขตตั้งแต่บริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงในประเทศเวียดนามตอนใต้ของประเทศลาวและบริเวณดินแดนของประเทศไทยในปัจจุบันโดยสามาถแบ่งเป็นช่วงเวลาใหญ่ๆคืออาณาจักรเขมรสมัยก่อนเมืองพระนครพุทธศตวรรษที่12 14และอาณาจักรเขมรสมัยเมืองพระนครพุทธศตวรรษที่15 18สำหรับบริเวณภาคอีสานของประเทศไทย

 

มีการค้นพบหลักฐานมากมายที่แสดงให้เห็นถึงการขยายการเข้ามาของเขมรโบราณไม่ว่าจะเป็น หลักฐานลายลักษณ์อักษร และ หลักฐานที่ไม่เป็นลายลักษณ์อักษร เช่นศิลาจารึก โบราณสถาน โบราณวัตถุ และ ภาพถ่ายทางอากาศหลักฐานเหล่านี้ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของภาคอีสานในเวลาตอนมา ภาคอีสานตั้งอยู่บริเวณที่ลาบสูงโคราชซึ่งมีลักษณะเป็นแอ่งกะทะขนาดใหญ่ล้อมรอบด้วยภูเขาเพชรบูรณ์และพญาเย็นของทางด้านทิศตะวันตกต่อด้วยเทือกเขากำแพงทางด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้กั้นระหว่าง ภาคเหนือ ภาคกลาง และ ภาคตะวันออก และทางด้านทิศใต้มีเทือกเขาพนมกั้นระหว่างประเทศกัมพูชา ส่วนทิศเหนือ และ ทิศตะวันออกมีแม่น้ำโขงเป็นพรมแดนกั้นระหว่างดินแดนของประเทศลาว

 

ที่ลาบสูงโคราชประกอบด้วยแอ่งโคราชและแอ่งสกลนครแอ่งโคราชอยู่ทางตอนล้างมีขนาดใหญ่กว่าแอ่งสกลนครแอ่งโคราชมีแม่น้ำสำคัญอยู่สองสายคือ แม่น้ำมูล และ แม่น้ำชี ส่วนแอ่งสกลนคร อยู่ทางตอนบนมีขนาดเล็กกว่าแอ่งโคราชมีแม่น้ำสำคัญคือ แม่น้ำโขง และ แม่น้ำสงคราม มีเทือกเขาภูพานเป็นประการทางธรรมชาติกั้นระหว่างสองแอ่งเนื่องด้วยทางลักษณะภูมิศาสตร์บริเวณทางภาคอีสานที่เป็นแอ่งกะทะล้อมรอบเทือกเขาต่างๆอันเป็นต้นกำเนิดแม่น้ำหลายสายและยังเหมาะสมแก่การตั้งถิ่นฐานของมนุษย์มาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ร่วมถึงเป็นแหล่งทรัพยากรทางธรรมชาติที่มีความสมบูรณ์เช่น ทองแดง ดีบุม ทองคำสัตว์ป่า

 

นอกจากนี้บริเวณเทือกเขาพนมดงเร็กมีช่องเขาสำคัญหลายแห่งคือ ช่องโอบก ช่องตาเมือน ช่องจอม ช่องสะงำ และช่องอ้านมา ช่องเขาต่างๆเหล่านี้ถูกใช้เป็นเส้นทางการติดต่อกันระหว่างดินแดนที่ลาบทะเลสาบเขมรกับพื้นที่ภาคอีสานของประเทศไทยเนื่องด้วยความไกล้ชิดทางภูมิศาสตร์นี้เองเป็นสาเหตุให้พื้นที่ทางภาคอีสานปรากฏร่องรอยหลักฐานที่เกี่ยวกับอาณาจักรเขมรโบราณมากที่สุดในดินแดนประเทศไทย

 

หลักฐานประเภทลายลักษณ์อักษรประกอบด้วย จารึกสมัยก่อนเมืองพระนครพุทธศตวรรษที่12 14 และ จารึกสมัยเมืองพระนครพุทธศตวรรษที่15 18 ภาคอีสานได้ปรากฏร่องรอยหลักฐานที่แสดงให้เห็นถึงการขยายอิทธิพลของกษัตริย์เขมรสมัยก่อนเมืองพระนครคือ จารึกของพระเจ้าจิตรเสน หรือ พระเจ้ามเหนทรวรมัน พระองค์ทรงเป็นกษัตริย์เจนละซึ่งมีศูนย์กลางการปกครองในบริเวณวัดพูแขวงจำปาสักประเทศลาวในปัจจุบันสาเหตุการขยายอำนาจเข้ามาของพระเจ้ามเหนทรวรมัน ในพื้นที่ทางภาคอีสานเกิดจากการเปลี่ยนศูนย์กลางในการปกครองแห่งใหม่

 

ของโบราณคดีที่ได้ถูกการค้นพบ

สำหรับในการค้นพบในเรื่องราวต่างๆที่ได้ค้นพบจากนักโบราณคดีที่ได้เจอหรือมันอาจจะเป็นการเจอโดยบังเอิญซึ่งในสิ่งที่ได้เจอมานั้นก็ยังไม่มีใครนั้นอยากจะเชื่อในสิ่งที่เห็นสักเท่าไรเพราะว่าบางที่ของหลายอย่างเหล่านี้ที่ได้มีการถูกค้นพบมานั้นมันจะมีอายุเท่าไรและของแต่ละชนิดที่นักโบราณนั้นได้เจอจะมีความหมายอย่างไรกับของโบราณที่ได้เจอ บางอันก็ได้ค้นพบเจอในที่แปลกที่มันนั้นไม่สมควรจะอยู่อย่างที่ได้มีการเจอศพอยู่ในต้นไม้

สุสานจักรพรรดิฟิลิปเดอะอาหลับ 

มื่อได้พุดถึงเรื่องจักรพรรโรมันหลายคนก็คงจะนึกถึงความยิ่งใหญ่อลังการงานสร้างของผู้คนในยุคนั้นเป็นที่แน่และในสถานที่ฝั่งศพหรือว่าสุสานของคนที่ได้ตายไปแล้วก็ย้อมเป็นสิ่งหนึ่งที่มันจะต้องยิ่งใหญ่มากที่สุดให้กับสมศักดิ์ศรีให้กับความเป็นชาวโรมันเป็นผู้ที่มีอารยที่รุ่งเรืองสุดขีดและซึ่งสุสานโบราณแห่งนี้ที่ได้ถูกค้นพบล่าสุดนี้ถูกค้นพบที่เนินประเทศบัลแกเรียนอกจากที่มันจะมีขนาดที่ใหญ่ยักษ์แล้วนักโบราณคดียังได้ค้นพบอุโมงยาวกว่า40เมตรซึ่งได้ยาวออกไปทางทิตตะวันออกเฉียงใต้ของตัวสุสานคาดว่ามันน่าจะเป็นอุโมงที่พวกออกหาสมบัติที่ได้ขุดเอาไว้เมือศตวรรษที่15แต่ในการลักรอบเข้ามาเอาสมบัตินั้นถูกท่ามันจะไม่สำเร็จเพราะมันยังมีเหรียญและเครื่องปั้นดินเผาในสมัยในปี200หลงเหลืออยู่ภายในสุสานอีกด้วยหลังจากที่มีการคาดคะเนของอายุสุสานโครงสร้างโดยรวมและกระบวยการในการสร้างที่จะต้องใช้ทรัพยากรสูงเอามากๆจึงเชื่อว่าที่นี้นั้นเป็นสุสานของจักรพรรดิฟิลิปเดอะอาหลับจักรพรรดิองค์ที่ 33 แห่งจักรวรรดิโรมันอย่างแน่นอนเพราะซึ่งโดยคนธรรมดาจะไม่มีแรงและทรัพยากรมากพอที่จะสามารถสร้างอะไรแบบนี้ได้แน่นๆ

โลงศพต้นไม้

ไม่ว่าใครก็ไม่อยากเจอศพด้วยกันทั้งนั้นใช่ไหมล่ะแต่วันดีคืนดีได้เกิดไปเจอศพหญิงสาวอายุหลายพันปีถูกฝังเอาไว้ในเปลือกไม้เหมือนกับกรณีเอลิซ่าเอมี่ขึ้นมาล่ะจะเป็นยังไงกันและแน่นอนว่าคนงานเหล่านี้ก็คงจะคิดเหมือนกันแหล่ะและใครจะรู้ล่ะว่าขุดดินนำเอามาสร้างของใช้ต่างๆอยู่ดีๆจะเดินเข้าไปสะดุดเข้ากับหญิงสาวชาวเซติกอายุกว่า3000ปีฝังอยู่ในซากต้นไม้เข้าละสิพอได้เปิดออกมาเท่านั้นก็จะต้องตกตลึ่งกับสิ่งที่ได้เห็นอยู่ข้างหน้าเพราะเสื้อขนสัตว์และหนังแกะที่เธอนั้นสวมใส่เอาไว้ยังมีสีสันสดใสเหมือนใหม่ในส่วนของที่ตามร่างกายนั้นก็ยังได้สวมเครื่องประดับไปด้วยทองแดงอำพันธุ์และลูกปักแก้วเอาไว้ด้วยเชื่อว่าเป็นคนที่มีชั้นสูง

น้ำผึ้งหยดเดียว

จากช่วงเวลาที่ผ่านมานับตั้งแต่การเลือกตั้งครั้งล่าสุด รัฐบาลที่ถูกเลือกตั้งมาโดยมีข้อครหา

ว่ามีการโกงและล๊อบบี้เรื่องของผู้นำประเทศไว้เรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่การปูพื้นฐานเอาคนของตัวเองไปนั่งอยู่ตามตำแหน่งที่ต่างๆ ในกระบวนการการเลือกตั้งและกระบวนการการยกมือเพื่อลงคะแนนเสียงเลือกนายกฯ จากนั้นการบริหารของประเทศที่นำโดยรัฐบาลชุดนี้ ได้โชว์ศักยภาพและฝีมือให้คนในประเทศไทยได้เห็นกระจ่างตาแล้วว่า ไม่เอาไหน เพราะเศรษฐกิจนั้นมีแต่ถอยหลังและดิ่งลงเหวลงไปเรื่อยๆ การแก้ปัญหาด้วยเอาเงินมาแจกให้กับประชาชนนั้น เป็นการแก้ปัญหาที่ไม่ถูกวิธี ทำมาเกือบ 3 เฟส ก็ไม่ได้กระตุ้นเศรษฐกิจอะไรให้ดีขึ้น จนขนาดนักเรียนนักศึกษา ไล่กันตั้งแต่มัธยมต้น ไปถึงมหาวิทยาลัย ได้ออกมาชุมนุมเพื่อขับไล่รัฐบาลชุดนี้ให้ยุบสภาและเลิกเล่นการเมืองซะ

 

และครั้นเมืองฝ่ายค้านตัวเป้งอย่างพรรคอนาคตใหม่กำลังมีมติที่จะเข้าประชุม ครม. เพื่องัดไม้เด็ด และหลักฐานต่างๆ ที่ผูกมัดเพื่อให้รัฐบาลต้องยอมจำนนนั้น กลับถูกขวางกั้น ด้วยการเรื่องและใช้วิธีต่างๆ นานา เพื่อทำการยุคพรรคคู่แข่งอย่าง พรรคอนาคตใหม่ซะงั้น จนถึงกับมีกระแสเรียกร้อง จากกลุ่มคนรุ่นใหม่ออกมารวมตัวและต่อต้านการเผด็จการครั้งนี้ ซึ่งดูแนวโน้มว่า แฟลชม๊อบครั้งนี้จะขยายวงกว้างและเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

 

จนภาวะวิกฤติ โรคโควิด 19 ระบาดเข้ามาในประเทศไทย ทำให้กลุ่มแฟลชม๊อบไม่สามารถขยายเป็นวงกว้างได้ เนื่องจากกลัวการติดต่อและแพร่ระบาดของโรคนี้ นั่นจึงเหมือนเป็นโชคดีของฝ่ายรัฐบาลที่ทำให้กระแสการต่อต้านนี้เบาลง แต่แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นตามมาอีกระลอก กลับเป็นเรื่องของการบริหารประเทศ ที่ตัวรัฐบาลเองแท้ๆ ที่ไม่สามารถบริหารหรือจัดการปัญหาเรื่องการเข้ามาในประเทศไทยของผีน้อย

 

ได้ถึงขนาดมีการหลบหนีกันด้วยซ้ำ สุดท้ายเรื่องของหน้ากากอนามัยที่ขาดแคลนตลาดในประเทศไทย ซึ่งมีคำถามต่างๆ นานา ว่าขาดแคลนได้อย่างไร ทั้งๆ ที่ประเทศไทยนั้นมีโรงงานผลิตสินค้าพวกนี้อยู่แล้ว กลับหาซื้อไม่ได้ แต่ดันมีโพสต์ขายในออนไลน์ แต่เป็นราคาที่แพงเกินจริง จากที่เมื่อก่อนขายแพงสุดชิ้นละ 2 บาท แต่ปัจจุบันราคาอยู่ที่ 9 – 14 บาทต่อชิ้น ซึ่งสุดท้ายต้นตอและความเป็นจริงได้ถูกเปิดเผย ที่มีนักการเมืองท่านหนึ่งของฝ่ายรัฐบาล ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในการกักตุนสินค้าครั้งนี้และปั่นราคาให้ขึ้นสูงเผื่อนำไปขายต่อ จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันออกมาว่า ผู้นำประเทศอย่างนายกฯ จะแก้ไขและจัดการปัญหานี้อย่างไร ซึ่งเวลานี้ ผู้นำของประเทศยังคงนิ่งเฉย และไร้คำตอบใดๆ มันจึงอาจเป็นน้ำผึ้งหยดเดียวในรัฐบาลที่ทำให้รัฐบาลนี้ต้องล่มสลายก็เป็นได้

 

Hot News สังคมออนไลน์จับหลวงพี่จัสติน

    จากกรณีที่ก่อนหน้านี้มีการแถลงการณ์การจับกุมผู้กระทำความผิด ของทาง บก.ปอท.

ว่าเจ้าหน้าที่ได้มีการบุกเข้าจับคุณแอดมินเพจดังรายหนึ่งในชื่อว่า หวลงพี่จัสติน วัดดูยูมน V.2  ซึ่งตามรายงานข่าวแจ้งว่าได้มีคนมาแจ้งความเอาไว้ประมาณ 10 คนว่าถูกแอดมินเพจนี้หลอกลวงขายเสื้อเพจให้แต่เมื่อจ่ายเงินไปแล้วกลับไม่ได้เสื้อ ซึ่งถือว่าเป็นการหลอกขายสินค้างทางออนไลน์ และนอกจากนี้ยังมีการแจ้งความด้วยว่าเพจดังกล่าวมีการลงข้อมูลข่าวสารที่สร้างความแตกแยกให้กับคนในสังคมมาทะเลาะกัน ซึ่งเพจนี้มีคนติดตามกว่าสามแสนคน และเมื่อเพจมีการประกาศขายเสื้อก็มีคนหลงโอนเงินซื้อกันเป็นจำนวนมาก จึงนอกจากทางปอท. จะจับเรื่องการหลอกลวงขายสินค้าออนไลน์แล้ว ยังจับข้อหาเผยแพร่เนื้อหาที่ไม่เหมาะสมอีกด้วย ซึ่งเมื่อข่าวนี้มีการเผยแพร่ออกมา

 

ก็มีคนในโลกโซเชียวต่างก็ชายกันแชร์พฤติกรรมของแอดมินเพจดังคนนี้ ซึ่งพบว่าเจ้าของแอดมินเพจที่ถูกจับนั้นที่จริงแล้วเป็นชายหนุ่มหน้าตาดีคนหนึ่งที่ทางบ้านเป็นคนมีฐานะร่ำรวยเพราะมีพ่อเป็นเจ้าของอู่รถและยังเรียนจบปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยที่มีชื่อ ซึ่งก่อนหน้านี้เมื่อหลายปีก่อนชายหนุ่มคนนี้เป็นข่าวดังมากเพราะเป็นหน้าตาดีแต่มาทำงานเป็นกระเป๋ารถเมล์ ซึ่งเขายังเคยให้สัมภาษณ์กับนักข่าวในช่วงนั้นว่าถ้าเป็นงานที่สุจริตเขาทำหมดทุกอย่าง แต่มาวันนี้กลับถูกจับเรื่องการทุจริต ซึ่งมีกระแสออกมาบอกว่าที่เขาต้องทำเช่นนี้เพราะนำเงินที่มีอยู่ทั้งหมดมาลงทุนทำธุรกิจแล้วขาดทุน

 

           จากข่าวนี้จะเห็นได้ว่าการศึกษาไม่ได้ทำให้จิตใจของคนเราสูงขึ้นเพราะเงินเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตของทุกคน คนที่มีฐานะดีและการศึกษาดีก็ไม่ใช่ว่าจะไม่โกงเงินของคนอื่น ซึ่งมีข่าวออกมามากมายที่คนหน้าตาดี ใช้จุดนี้มาเป็นจุดขายในการหลอกลวงคนอื่นเพื่อหลอกให้เขาโอนเงินเข้ามาให้ และก็มีการเผยแพร่ทำนองนี้อยู่บ่อยครั้งแต่ก็ยังมีคนหลงเชื่อพวกมิจฉาชีพหลอกแบบนี้อยู่บ่อยครั้ง

 

ดังนั้นคนเราควรทีจะมีการคิดให้รอบคอบก่อนที่จะมีการตัดสินใจทำอะไรหรือติดตามใคร ไม่ควรเห็นเพียงแค่เขาหน้าตาดีแล้วก็ติดตามเท่านั้น และหากเมื่อเราหลงติดตามไปแล้ว ก็ควรพิจารณาอีกด้วยว่าสิ่งที่เขาโพสต์มามันจริงหรือมันน่าเชื่อถือหรือไม่ ไม่ใช่เขาว่าอะไรมาก็เชื่อเขาหมด ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจะทำให้ต้องมาสูญเสียทรัพย์สินในวันนี้

ประวัติเขาพระวิหาร

หมุ่บ้านสุดท้ายของประเทศไทยที่ตั้งอยู่ติดชายแดนบริเวณทางขึ้นเขาพระวิหาร

คือ บ้านภูมิชรอก ตำบนเสาธงไชยอําเภอกันทรลักษ์จังหวัดศรีสะเกษ คำว่าภูมิแปลว่าบ้าน ชรอกแปลว่าต้นสน ระยะทาง11กิโลเมตรจะถึงบริเวณหน้าผาสูงชันที่เรียกว่าผามออีแดงซึ่งมีประวัติความเป็นมาว่ามีผู้หญิงสาวคนหนึ่งชื่อเล่นว่าแดงมีอาชีพเป็นครูสอนภาษาอังกฤษที่โรงเรียนวัดกลางในจังหวัดศรีสะเกษเป็นหลานสาวของนายแพทย์คนหนึ่งที่เป็นผู้อำนวยการโรงบาลจังหวัดศรีสะเกษในปีพุทธศักราช2504ครูแดงพร้อมคณะจำนวน30คนขึ้นไปเที่ยวชมปราสาทเขาพระวิหารรถได้รับอุบัติเหตุรถพลิกคว่ําครูแดงกระโดดลงรถถูกรถทับครูแดงเสียชีวิตคนเดียวตั้งแต่ครูแดงเสียชีวิต

เคยมาปรากฏกายให้เจ้าหน้าที่เห็นจึงได้ทำบุญอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลไปให้จากนั้นก็เลยได้เรียกผานี้ว่า ผามออีแดง ซึ่งเดิมเลยเรียกว่า ผามอ45 ผาคือหน้าผาอันสูงชัน มอก็คือหน้าผาที่มีความสูงถึง45องศาปราสาทเขาพระวิหารมีเนื้อที่ประมาณ150ไร้ตั้งอยู่บนเทือกเขาพนมดงรัก เขมรเรียกว่าพนมดองแร็ก แปลว่า ไม้คาน ที่เขาเรียกว่า ภูเขาไม้คานเพราะเขาลูกนี้จะคดโค้งมีลักษณะเหมือนไม้คานมีความยาวตั้งแต่จังหวัดอุบลราชธานีจนถึงจังหวัดนครราชสีมากั้นพนมแดนระหว่าง ประเทศไทย และ ประเทศกัมพูชา

 

ประสาทเขาพระวิหารถูกสร้างขึ้นปีพุทธศักราช1436

ซึ่งได้ตรงกับรัฐสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 1 ที่เป็นกษัตริย์ขอมนับตั้งแต่วันสร้างจนมาถึงปัจจุบันจึงมาอายุถึง1120ปีในการก่อสร้างปราสาทเขาพระวิหารนั้นได้มีความเชื่อว่าหากวงค์ตระกูลใด หรือ รัฐสมัยใดได้สร้างปราสาทเขาพระวิหารได้สำเร็จจึงเป็นการสาปแช่งวงค์ตระกูลนั้นๆจึงทำให้ในปัจจุบันปราสาทเขาพระวิหารก็ยังไม่สามารถสร้างได้เสร็จในการสร้างในสมัยนั้นเพื่อนำไปใช้ในประกอบพิธีทางศาสนาศาสนาฮินพระพิเศวรกายที่ได้นับถือเทพพระศวะเป็นเทพสูงสุด

 

โดยมีศิวลึงค์เป็นสัญลักษณ์สำหรับศิวลึงค์ที่ได้อยู่ด้านบนปราสาทเขาพระวิหารนั้นในปัจจุบันแล้วมันอยู่ที่ประเทศฝรั่งเศษปราสาทเขาพระวิหารถือว่าเป็นร่องรอยความเจริญรุ่งเรืองและวิถีชีวิตในผู้คนในอดีตและยังได้สะท้อนถึงความสำคัญของปราสาทที่เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวทางจิตใจและสร้างความสัมผัสไกลล้ชิดระหว่างผู้คนในชุมชนโบราณในแถบนี้มาตั้งแต่บรรพกาล ซึ่งหลายคนอาจจะบ่งบอกว่าเป็นเรื่องราวใหญ่โตเกี่ยวกับการยึดแต่เรานั้นมองว่าสิ่งสำคัญคือประวัติศาสตร์ที่มีร่องรอยโบราณสถานมากกว่า แต่นั้นก็เพราะเป็นเรื่องที่ทำให้ลูกหลานของเราได้รู้จักที่มาที่ไปโดยร่องรอยเหล่านั้นแหละ

นักโบราณคดีได้ค้นพบซากที่มีอายุหลายพันล้านปี

สำหรับเรื่องราวต่างๆที่ได้ถูกการค้นพบมานี้มันมีสภาพที่เกือบจะสมบูรณ์อีกทั้งมันยังมีเรื่องราวต่างๆนั้นตามมาด้วยซึ่งเราเองก็ยังไม่เคยรู้มาก่อนใช่ไหมว่ามันจะอยู่ได้มาถึงปัจจุบันนี้ทั้งที่มันก็ควรจะหายสาปสูญไปตั้งนานแล้วแต่อย่างไรก็เถอะได้มีการขุดค้นพบซากต่างที่ในยุคผ่านมาแล้วหลายร้อยล้านปีซึ่งในแต่ละชิ้นที่ได้ถูกค้นพบนั้นยังมีประวัติที่น่าสนใจและมันจะมีสิ่งที่น่าสนใจอย่างไรไปดูกัน

 

โมนา ลิซ่า แห่งไดโนเสาร์

สำหรับโมนา ลิซ่าไดโนเสาร์ถือได้ว่าอาจจะเป็นซากไดโนเสาร์ที่ได้พบอย่างสมบูรณ์มากที่สุดที่เคยได้ค้นพบมากเพราะว่าไดโนเสาร์ตัวนี้มันยังคงมีสภาพดีและสวยงามมากกว่าทุกตัวที่ได้ค้นพบมาในทางประวัติศาสตร์มันจึงได้รับชื่อว่าเป็น โมนา ลิซ่า แห่งไดโนเสาร์ เมื่อในปี2011หลังจากเริ่มต้นขุดซากฟอสซิลที่พบในเหมืองแห่งหนึ่งที่ประเทศแคนาดากว่า7,000ชั่วโมงนักบรรพชีวินวิทยาก็ได้พบซากไดโนเสาร์โบราณอายุกว่า1000010ล้านปีในสภาพที่เกือบจะสมบูรณ์แบบด้วยขนาดยาวกว่า5.5เมตรและมีน้ำหนักมากกว่าหนึ่งตัน

 

ซึ่งในความแปลกประหลาดของมันก็คือปกติแล้วมักจะเจอแต่ซากกระดูกและฟันเท่านั้นแต่ในครั้งนี้ซาดไดโนเสาร์นั้นยังมีเนื้อหนังและยังมีเนื้อเยื่อและรวมไปถึงผิวของมันนั้นยังมีเกล็ดที่มันยังไม่ศูนย์สะลายทั้งยังเหลือลลอดผ่านเวลามาเป็นกว่าล้านๆปีคณะ โมนา ลิซ่า แห่งไดโนเสาร์  จะจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์บรรพชีวินวิทยาในประเทศแคนาดาสำหรับใครที่เป็นแฟนพันธุ์แท้ของไดโนเสาร์คุณต้องไปเห็นกับตาให้ได้สักครั้งหนึ่งไม่แน่จุลสิกปาคมันอาจจะอยู่ที่นั่นก็อาจจะเป็นไปได้เครื่องนี้มันหน้าชั่งเหลือเชื่อเลยจริงๆไม่คิดว่าซากของมันนั้นจะอยู่ได้มาถึงปัจจุบันนี้

หน้ากากมันมี่เคลือบทอง

สำหรับในการที่ได้ขุดค้นพบหน้ากากมันมี่เคลือบทองนั้นที่ทำมาจากเงินเลือมขอบทองและยังได้ตกแต่งดวงตาด้วยหินโมราโดยที่มันนั้นยังคงอยู่ในสภาพที่จะสมบูรณ์แบบนี้แต่ว่ามันแปลกแล้วมันหายากแล้วแต่ในการที่มันอยู่ลอดมาถึงปัจจุบันได้นี่สิมันเป็นเรื่องที่หน้าแปลกที่สุดเพราะได้ทราบกันดีว่าพวกขโมยในแถบโบราณสถานของประเทศอียิปต์นั้นชุมยิ่งกว่ายุงสะอีกและหน้าแปลกที่บริเวณโดยรอบจะมีทั้งรูกสลักหินไหใส่เครื่องในอ่างและถ้วยต่างๆกระจัดกระจายไปทั่ว

 

แต่สำหรับโลงและหน้ากากยังคงอยู่ในสถาพดีและมันยังไม่ถูกลื้อค้นทั้งที่มันจะควรจะเป็นที่หมายตาของโจรยุคสมัยซึ่งนักวิทยาศาสตร์คาดกันว่าหน้ากากนี้เป็นของคนชั้นสูงในเมือง

 

ระวัติศาสตร์ของจังหวัดกาฬสินธุ์

ประวัติศาสตร์ของจังหวัดกาฬสินธุ์ และ จังหวัดมหาสารคาม

ภาคอีสานนั้นคุณรู้ไหมว่าอารยธรรมต่างๆและโบราณสถานต่างๆนั้นเกิดขึ้นเมื่อใดและมีประวัติความเป็นมาอย่างไรบ้างที่เกี่ยวกับทวาลาวดีและประวัติศาสตร์ต่างที่คนทางภาคอีสานนั้นมีทั้งยังมีประวัติศาสตร์มากมายให้เรานั้นได้เรียนรู้กับความเป็นมาของภาคอีสานซึ่งหลายคนก็ยังไม่รู้ใช่ไหมว่าจังหวัดในภาคอีสานนั้นมีประวัติศาสตร์อยู่จังหวัดอะไรบางแต่ละจังหวัดนั้นมีความเป็นมาอย่างไรเราจะมาดูร่องรอยความเจริญของอารยธรรมทวาลาวดีในภาคอีสานซึ่งปรากฏอยู่ในที่ตั้งเดิมของเมืองโบราณสองแห่งในจังหวัดกาฬสินธุ์และมหาสารคาม

 

อารยธรรมทวาลาวดีพบอยู่ทั่วภูมิภาคของประเทศไทย

แต่นักโบราณคดีเชื่อว่า ทวาลาวดีในเมืองไทยเริ่มต้นและมีศูนย์กลางอยู่ในภาคกลางแต่ยังมีการถกเถียงถึงตำแหน่งแน่ชัดเพราะพบหลักฐานสำคัญในเมืองโบราณหลายแห่งเทียบเท่ากัน สำหรับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือ ภาคอีสาน วัฒนธรรมทวาลาวดีมีความพิเศษ เพราะในช่วงที่ทวาลาวดีรุ่นเรืองอยู่ในภาคอีสานและแพร่ขยายไปยังถิ่นอื่นภาคตะวันออกเฉียงเหนือก็รับเอาวัฒนธรรมของขอมมาผสมผสานร่วมด้วยการสร้างงานพุทธสินบางประเภทจึงแตกต่างจากภาคกลางซึ่งสิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ชัดเจนของทวาลาวดีอีสานก็คือ หินตั้งหรือใบเสมาเมืองฟ้าแดดสงยางคือตัวอย่างของเมืองโบราณที่พบใบเสมาหินฝั่งตัวอยู่เป็นจำนวนมากเมืองนี้สร้างขึ้นพุทธศตวรรษที่12 16 ทั้งเมืองนั้นเป็นรูปวงรีคล้ายใบเสมามีคันดินคูน้ำล้อมรอบเมืองยาวประมาณ5กิโลเมตร

 

ซึ่งเป็นลักษณะการสร้างเมืองในรูปแบบทวาลาวดีคือมักเลือกตั้งเมืองบนดอนในที่ร่มไกล้ทางน้ำและมีคูน้ำคันดินล้อมรอบเมืองเพื่อให้สะดวกต่อการพั้นน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติเข้ามากักเก็บไว้ตามหลักชนประทานคูน้ำนั้นยังใช้สำหรับระบบน้ำป้องกันไม่ให้ท้วมบ้านเรือนในเขตเมืองโบราณฟ้าแดดสงยางมีการค้นพบสิ่งของโบราณกระจายอยู่10แห่งแต่โบราณสถานที่มีขนาดใหญ่และมีลักษณะที่สมบูรณ์ที่สุด คือ พระธาตุยาคู  พระธาตุยาคูเดิมเรียกกันว่าพระธาตุใหญ่เป็นเจดีย์8เหลี่ยมสูง8เมตรมีฐานเป็นรูปสี่เลี่ยมจัตุรัสกว้างยาวด้านละ 10 เมตรมีบนไดทางขึ้น4ทิศและปรากฏหลักฐานว่ามีการสร้างและบูรณะต่อเติมในช่วงเวลาที่ต่างกันใน3ยุคสมัย คือ ฐานเจดีย์เป็นศิลปะสมัยทวาลาวดีในช่วงที่พบแรกๆยังมีลวดลายปูปั่นในสมัยทวาลาวดีประดับอยู่แต่ปัจจุบันได้หลุดออกจนหมดถัดขึ้นมาเป็นฐานรูปแปดเลี่ยมย่อมุมไม้12สร้างซ้อนทับไว้บนฐานเดิมซึ่งเป็นรูปแบบเจดีย์ในสมัยอยุธยาส่วนองค์ระฆังและยอดสร้างในสมัยรัตนโกสินทร์

ศิลปะจีนในประเทศไทย

ศิลปะจีนในประเทศไทยมีอะไรบ้าง

หากให้เท้าความไปเมื่อหลายร้อยปีก่อน ประเทศไทยเรานั้นมีการทำการค้าขายและติดต่อธุรกิจกับต่างชาติหลากหลายเชื้อชาติ แต่ชาติที่เข้ามาทำการค้ากับประเทศไทยแรกๆและสนิทสนมกับคนไทยเป็นอย่างมากนั้นก็คือ จีน ซึ่งประเทศไทยนั้นได้เริ่มมีการติดต่อค้าขายกับชาวจีนมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย และได้เริ่มเข้ามาตั้งรกรากเมื่อสมัยอยุธยา กลายเป็นว่าในหลายๆเรื่องถูกผสมผสานเข้าด้วยกันจนแยกแทบไม่ออกว่าแบบไหนของไทย แบบไหนของจีน เพราะวัฒนธรรมของทั้งสองเชื้อชาติได้ถูกหลอมหลวมกลมกลืนกันมาเป็นเวลาช้านาน และนั้นรวมไปถึงงานศิลปะด้วย ซึ่งศิลปะจีนได้เข้ามาแทรกซึมกับศิลปะไทยได้อย่างลงตัว

 

โดยเฉพาะศิลปะตามวัดหลายๆแห่ง

ศิลปะจีนได้เริ่มเข้ามามีบทบาทและถูกผสมผสานเข้ากับศิลปะไทยตามศาสนสถานที่สร้างขึ้นจะพบเห็นได้มากสุดในช่วงของสมัยรัชกาลที่3 พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งเป็นสมัยที่ประเทศไทยกับประเทศจีนทำการค้ากันอย่างรุ่งเรือง ทำให้รัชกาลที่3 ถูกเรียกว่า เจ้าสัว เนื่องจากท่านมีความสามารถในการแต่งสำเภาเรือไปค้าขาย และเป็นช่วงที่มีชาวจีนอพยพเดินทางเข้ามาทำการค้าในประเทศไทยที่มาพร้อมกับเรือสำเภา ที่เข้ามาอย่างกันเป็นจำนวนมาก ซึ่งในเวลาต่อมาคนจีนเหล่านี้ได้เข้ามาเป็นกำลังสำคัญของประเทศไทย

 

 

โดยความสามารถทางการช่าง การสร้างวัดต่างๆมากมาย ในช่วงของสมัยรัชกาลที่3 ศิลปะแบบจีนที่เข้ามาแทรกซึมเป็นอย่างมากในวัดได้ถูกขานนามว่าเป็น พระราชนิยม ซึ่งศิลปะแบบจีนที่เข้ามาแทรกซึมนั้นมีจุดเด่นตรงที่หลังคาโบสถ์หรือวิหาร ในส่วนของที่เป็นหน้าบันจะมีลักษณะเป็นแบบเรียบๆ ในส่วนของช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ หรือที่ใครหลายคนเรียกว่า เครื่องบน นั้นถูกตัดออกไปทั้งหมด

 

 

ได้มีการเหตุผลที่นำออกว่า จะเป็นจุกที่ชำรุดเสียหายได้ง่ายและสิ้นเปลืองเวลาในการสร้าง ถึงแม้ว่าจะตัดออกแต่มีการประดับหน้าบันด้วยกระเบื้องที่ทำการเคลือบเป็นลวดลาย เช่น ดอกไม้ หรือสัตว์ต่างๆที่ขึ้นชื่อและเปรียบเสมือนเป็นลักษณ์เด่นแบบของจีนอย่างเช่น หงส์ หรือมังกร เป็นต้น

การที่ศิลปะแบบจีนนั้นได้ถูกเผยแพร่กันทั่วแผ่นดิน

จนทำให้กลายมาเป็นพระราชนิยมในสมัยนั้น ทำให้เหล่าขุนนาง รวมไปถึงผู้ที่มีจิตศรัทธาในยุคนั้นต่างก็นิยมในศิลปะจีน ในการสร้างวัดให้มีการผสมผสานศิลปะจีนเข้าไป หรือสิ่งของอุปกรณ์ต่างๆ ในปัจจุบันเรายังสามารถเห็นศิลปะจีนได้จากหลากหลายแห่ง หากเป็นวัดวาอารามที่มีศิลปะแบบจีนอยู่คือ วัดราชโอรสาราม(วัดประจำราชการที่3) , วัดกัลยาณมิตร ,วัดเทพธิดาราม ซึ่งทุกคนสามารถเดินทางไปชื่นชมกันได้

ศิลปะแม่ไม้มวยไทย

แม่ไม้มวยไทยถือเป็นศิลปะการป้องกันตัวที่ได้ความนิยมเป็นอย่างมากทั้งในประเทศและต่างประเทศ

เป็นศิลปะการป้องกันตัวที่โด่งดังไปทั่วโลก เพราะเป็นศิลปะการป้องกันตัวที่มีเสน่ห์คือ หมัด เท้า เข่า ศอก เป็นที่ทราบโดยทั่วกันว่าศิลปะการป้องกันตัวแบบมวยไทยของเรานั้น เป็นศิลปะการป้องกันตัวที่ใชัอวัยวะทุกส่วนของร่างกายเพื่อผสมผสานเป็นการเคลื่อนไหวและจังหวะการป้องกันตัวที่กลมกลืน พริ้วไหว และดุดันแข็งแรง ถือเป็นอาวุธการป้องกันที่ตัวที่มีประสิทธิภาพอย่างยิ่ง นี่จึงเป็นเสน่ห์ของมวยไทยที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากจนชาวต่างชาติจากหลากหลายสนใจและอยากจะมาเรียนมวยไทยกันอย่างมากมาย

 

จนทำให้เกิดธุรกิจการสอนมวยไทยกันอย่างแพร่หลาย เปิดให้บริการทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ บางคนเรียนจนถึงสามารถนำไปแข่งขันขึ้นชก แต่บางคนอาจจะเรียนไว้เพื่อป้องกันตัว แต่ในปัจจุบันก็สามารถเรียนไว้เพื่อออกกำลังกาย แล้วแต่ความชื่นชอบของแต่ล่ะตัวบุคคล แต่หากคุณมีความสนใจที่จะเรียนมวยไทยแล้ว ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตามก็ถือว่าคุณเป็นอีกคนที่มีส่วนในการอนุรักษ์และเป็นกระบอกเสียงในการกระจายความรู้ของศิลปะแม่ไม้มวยไทย 

 

ศิลปะการป้องกันตัวแบบมวยไทยจะประกอบไปด้วย หมด เท้า เข่า ศอก เพราะฉะนั้นเรามาทำความรู้กับการการต่อสู้แต่ล่ะวิธีต่างๆกัน เริ่มแรกจาก หมัด การใช้หมัดโดยทั้วไปนั้น เป็นการกำปั้น เพื่อเป็นเป็นอาวุธในการจู่โจมคู่ต่อสู้ ศึกในศิลปะแบบมวยไทยนั้นมีกมีการออกด้วยกันหลายหลายวิธี แต่ว่าครั้งนี้เราจะมาบอกต่อทุกคนในเรื่องการออกหมัดเพื่อเป็นแนวทางในการเรียนรู้ในการต่อยมวยเบื้องต้น และหากใครที่สนใจจะเรียนในด้านอื่นๆอีก ครั้งหน้าเราจะมาแนะนำ ทั้ง เท้า เข่า ศอก ให้ทุกคนได้ทราบกัน

การออกอาวุธด้วยหมัด

  1. คือการชกหมัดตรงหมัดหน้า ซึ่งหมัดตรงชกได้แบบทั้งหมัดหน้าและหมัดหลัง การชกหมักตรงแบบหมัดหน้านั้นจะนิยมเรียกกันว่า “หมัดแย็บ” ส่วนหมัดชกแบบหมัดหลังน้ันจะเรียกว่า “หมัดตาม” และแต่ล่ะหมัดมีวิธีปฏิบัติตามดังนี้

- ต้องส่งแรงจากหัวไหล่ และยืนแขนออกไปให้สุด

- คว่ำหมัดลงและใช้สันหมัดเพื่อสำผัสเป้าหมาย

- ดึงหมัดกลับและมาอยู่ในท่าจดมวยดังเดิม

แม้มัดจะไม่ค่อยรุนแรงมากนักเพราะหน้าจะมีแรงส่งอย่างไม่เต็มที่ แต่ว่าจะนิยมใช้เพื่อเป็นการรบกวนคู่ต่อสู้ให้เกิดความสับสน

 

  1. การชกหมัดตรงหมัดหลัง จากท่าจดมวยหรือจากการดึงหมัดหลังจากการชก

- บิดหัวไหล่ข้างที่ถนัดไปด้านหลังเล็กน้อย

- ออกแรงส่งจากสะโพก ลำตัว และหัวไหล่ ส่งกำปั้นออกไปยังเป้าหมาย

- เมื่อสันหมัดสำผัสเป้าหมาย ดึงหมัดกลับมาอยู่ที่เดิมท่าจดมวย

หมัดตรงหมัดหลังเกิดจากแรงส่งที่สะโพก ลำตัว และหัวไหล่ต่อเนื่องกัน จึงทำให้พลังในการเข้าทำมีความรุนแรง และเหมาะสำหรัรบเป็นอาวธในการเก็บคู่ต่อสู้

 

  1. การชกหมัดเสย หมัดเสยมีอีกชื่อเรียกอีกอย่างว่า “หมัดสอยดาว” เป็นการออกหมัดที่ใช้ในระยะประชิดซึ่งทิศทางของหมัดจะพุ่งจากล่างขึ้นไปบน

- จากท่าจดมวย ง้างหมัดข้างที่ถนัดไปข้างหลังแล้วดึงต่ำลง

- หงายกำปั้นขั้น ออกแรงจากส่วนเท้าส่งผ่านสะโพก ลำตัว หัวไหล่ และปล่อยหมัดเข้าคู่ต่อสู้ ซึ่งส่วนมากเป้าคือ ปลายคางและลิ้นปี่

- เมื่อกำปั้นสำผัสเป้าหมายแล้ว จึงค่อยดึงแขนกลับมาแล้วอยู่ในท่าจดมวยเช่นเดิม

 

เป็นอย่างไรบ้างกับวิธีการออกหมัด ถึงแม้อาจจะมีวิธีที่ค่อนข้างจะซับซ้อนนิดหน่อยแต่ว่าก็พอจะเข้าใจได้ใช่ไหมคะ หากใครที่คิดว่าแค่การออกหมัดยังไม่เพียงพอ เดี๋ยวครั้งหน้าเรามาจัดเต็มกันกับ เท้า เข่า ศอก