การถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอ

 

ภาพถ่ายโดบส่วนใหญ่ที่เรานั้นจะมองว่ามีความสวยงามและมีสเน่ห์นั้นก็คือภาพถ่ายในลักษณะที่เป็นหน้าชัดหลังเบลอ แน่นอนการถ่ายภาพด้วยหน้าชัดหลังเบลนั้นเป็นการเพิ่มมิติให้ภาพให้ภาพนั้นดูมีความโดดเด่นและน่าสนใจ แต่การจะถ่ายภาพให้สวยงามได้นั้นก็จะต้องมีอุปกรร์ที่ค่อนข้างดีในระดับหนึ่งเพราะว่าการถ่ายในลักษณะที่หน้าชัดหลังเบลอนั้นก็จะเป็นการใช้เลนส์ที่มีคุณสมบัติในการสร้างภาพให้หน้าชัดหลังเบลอนั่นเอง

ดังนั้นการจะถ่ายรูปในลักษณะนี้นั้นจะต้องมีความรู้ในเรื่องต่างๆไม่ว่าจะเป็น สปีดชัตเตอรืคืออะไร F-Stop คืออะไร ต้องใช้งานในลักษระแบบไหนเป็นต้น ถือว่าเป็นความรู้ขั้นพื้นฐานที่มีความจำเป็นที่จะสามารถนำมาใช้ในการถ่ายภาพและต่อยอกในการถ่ายภาพในระดับที่สูงขึ้นไปได้ด้วย

สำหรับพื้นฐานง่ายๆที่จำเป็นต้องเรียนรู้เกี่ยวกับกล้องเลยนั้นก็คือ Speed Shutter คือความไวของชัตเตอร์ที่มีการสับลงไป การถ่ายภาพนั้นเป็นการวาดภาพด้วยแสงเมื่อแสงสะท้อนเข้ามาก็ทำให้เกิดภาพและเมื่อชัตเตอร์สับไวแสงก็จะเข้ามายังกล้องได้น้อยนั่นเองแต่ถ่าชัเตอร์นั้นสับช้าแสงก็จะเข้ามาในปริมาณที่มากนั่นเอง สรุปง่ายๆก็คือถ้าหากเรานั้นอยู่ในที่ที่มีแสงน้อยเราจะต้องใช้ Speed Shutterที่น้อยตามแสงนั่นเองและถ้าหากเราอยู่ในที่ที่แสง

เยอะเราก็จะต้องใช้ Speed Shutter ที่เยอะมากตามแสงเป็นต้นแต่อย่างไรก็ตาม จะน้อยหรือมากนั้น Speed Shutterก็ยังเป็นสิ่งที่มีความสัมพันธ์กับ F-Stopด้วยหรือรูรับแสงอย่างที่เรานั้นเคยได้ยินเลนส์ที่เอฟน้อยหรือเลนส์ที่เอฟเยอะนั่นเอง สำหรับค่าเอฟนั้นก็เป็นค่าที่มีความสำคัญในการเลือกซื้อเลนส์เพื่อให้เรานั้นได้ใช้เลนส์ตามการใช้งานที่เหมาะสม มาดูกันว่าเลนส์ที่มีค่าเอฟที่แตกต่างกันนั้นมีการใช้งานแตกต่างกันอย่างไรบ้างและแบบไหนเหมาะกับการใช้งานของเรา

สำหรับการถ่ายภาพบุคคลนั้นการใช้รูปรับแสงน้อยเท่าไหร่ก็จะยิ่งดี เพราะจะทำให้ภาพที่ถ่ายออกมานั้นสวยงามเนื่องจากจะได้ความเบลอหรือที่เรามักจะเรียกกันว่าความละลายหลังนั่นเอง ซึ่งการใช้เลนส์ที่มีเอฟต่ำนั้นก็จะช่วยเพิ่มความโดดเด่นให้กับภาพถ่ายและความสวยงามให้กับภาพถ่ายให้น่าสนใจและมีความสวยงามมากขึ้น สำหรับเลนส์ที่เอฟต่ำๆและเหมาพกับการถ่ายภาพบุคคลนั้นก็จะมีตั้งแต่0.95,1.2 ,1.4 ,1.8

ซึ่งราคานั้นก็ขึ้นอยู่ที่เอฟด้วยเช่นเดียวกันยิ่งเอฟต่ำเลนส์ก็จะยิ่งมีราคาสูงความเหมาะสมนี้ก็ขึ้นอยู่กับการใช้งานความหลงไหลและทุนทรัพย์ในการซื้อมาครอบครองด้วยนั่นเอง ส่วนภาพถ่ายที่ต้องใช้เลนส์ที่ถ่ายออกมาแล้วชัดทั้งภาพนั้นก็คือการใช้เลนส์ที่มีเอฟเยอะนั่นเอง โดยภาพในลักษระนี้ก็จะเน้นเป็นภาพลักษณะ Land Scape ไม่ว่าจะเป็นภูเขา ทะเล เป็นต้น ซึ่งคุณภาพนั้นก็มีตั้งแต่ราคาถูกไปยังราคาสูงๆ เพราะว่าการถ่ายภาพในลักษณะนี้จำเป็นที่เลนส์นั้นจะต้องมีช่วงเลนส์ที่ค่อนข้างกว่างนั่นเอง

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย    www.ufabet.com ลิ้งเข้าเว็บไซต์คะ

 

5 ประติมากรรมของโลก ที่ให้แง่คิดในยุคสมัยใหม่

ประติมากรรม คือ แขนงหนึ่งของศิลปะ และรูปปั้น หรือรูปหล่อ ก็ถือเป็นงานศิลปะประเภทประติมากรรม ที่สร้างออกมาเพื่อให้มนุษย์เราได้สัมผัสกับคำว่าศิลปะได้มากขึ้น จากเดิมที่ศิลปะมักจะยืดติดอยู่กับงานวาด แต่ประติมากรรมนี้พัฒนาขึ้นมาเพื่อให้เห็นชัดขึ้นแบบสามมิติ 

 

พวกเราสามารถพบเจองานประติมากรรมได้เยอะแยะทั่วทั้งโลก ตั้งแต่สมัยโบราณที่แสดงความเคารพต่อทวยเทพเทวดาหรือกษัตริย์ผู้มีอิทธิพล จนกระทั่งปัจจุบันที่ผลงานเริ่มมีความหลากหลายมากขึ้น ในด้านความนึกคิดแล้วก็การสื่อถึงความหมายที่ต่างกันออกไป วันนี้เราจะมาเล่าถึง 5 ประติมากรรมของโลก ที่บอกเล่าเรื่องราวและก็ให้แง่คิดในยุคสมัยใหม่ 



 

Knife Angel ของศิลปินนามว่า อัลฟี่ แบรดลี่ย์ โดยมีวัตถุประสงค์ของการสร้างคือต้องการสื่อให้หยุดการก่ออาชญากรรม

ผลงานชิ้นนี้สร้างออกมาเป็นรูปเทวนารีหรือแองเจิ้ลขนาด 8 เมตร ที่ผลิตจากมีดของบรรดาผู้กระทำผิดกฎหมายที่ยอมทิ้งอาวุธของตนลง ทั้งนี้ก็เพื่ออยากให้หยุดก่ออาชญากรรมในบรรดาผู้คนลง 

 

The Passer-Through-Walls ของศิลปินนามว่า ฌอน มาเครส สร้างขึ้นจากแรงบันดาลใจในฉากสุดท้ายของนิยายเรื่องหนึ่งซึ่งโด่งดังในประเทศฝรั่งเศส 

นิยายเรื่องนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับพนักงานบริษัทคนหนึ่งที่พบว่าตัวเองเป็นยอดมนุษย์ที่สามารถเดินทะลุกำแพงได้ และใช้พลังนี้ในการทำความผิด อย่างการเป็นมิจฉาชีพ ซึ่งวันหนึ่งในขณะที่เขาได้ทำความผิดและกำลังจะหนีโดยการเดินทะลุกำแพง ปรากฏว่าพลังของเขาหายไปทำให้ตัวของเขาติดอยู่ระหว่างกำแพงไม่สามารถไปไหนได้



 

Building Bridges ของศิลปินนามว่า  ลอเรนโซ ควินน์ โดยมีแรงบันดาล คือ โลกที่น่าอยู่

ได้สร้างสรรค์ประติมากรรมโดยมีแนวคิดเกี่ยวกับสิ่งที่ทำให้โลกของเราน่าอยู่หรือเป็นไปในทางที่ดีขึ้นไม่ว่าจะเป็น มิตรภาพ สติปัญญา การช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ความรัก และความศรัทธา การมีความคาดหวัง โดยประติมากรรมออกมาเป็นรูปมือ 6 คู่ ที่ประสานกัน



 

Corporate Head ของศิลปินนามว่า เทอร์รี่ อัลเลน โดยจะสื่อเกี่ยวกับการทำงานอย่างหนักในการสร้างผลกำไรของนักธุรกิจ

ลักษณะของรูปปั้นนี้ คือ มีขนาดเท่าคนจริง โดยส่วนหัวจะอยู่ในกำแพง ซึ่งจะสื่อว่า นักธุรกิจที่สืบเสาะหากำไรให้ตนเองรวมทั้งบริษัท ที่ตัวเขาอยู่ข้างนอกบริษัท แต่หัวนั้นกับถูกกดไว้ดึงไว้อยู่ในบริษัทไม่ปล่อย ประติมากรรมนี้อยู่ที่ ลอสแอนเจลิส ประเทศอเมริกา 





Sphere Within a Sphere ศิลปินนามว่า อานัลโด ปอมโมโดโร่ ต้องการให้ทุกคนเห็นถึงโลกที่บอบบาง ประติมากรรมที่สวยสดงดงามและก็น่าแปลกใจนี้ ประกอบด้วยความสลับซับซ้อนของเนื้อในของโลก สื่อถึงทุกสิ่งทุกอย่างในจักรวาลต่างเชื่อมโยงกัน และก็โลกของพวกเราช่างบอบบางอย่างยิ่งที่จะแตกออกเป็นชิ้น



 

ช่างน่าแปลกที่ประติมากรรมที่สะท้อนเรื่องราวลึกซึ้ง หรือความหมายดีๆ กลับไม่เคยพบเห็นว่าเป็นผลงานของไทย อย่างไรก็ตามคงเป็นเรื่องที่ดีมากๆ หากเรามีงานประติมากรรมของไทยที่มีชื่อเสียงระดับโลกบ้าง

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย   เว็บคาสิโนสด

ศิลปะแบบนีโอคลาสสิค

ศิลปะเป้นสิ่งที่มีอยู่มากมายรอบตัวเราอยู่แล้วแต่ในบางครั้งเราก็อาจจะไม่ทราบว่าความเป็นจริงแล้วนั้นศิลปะ เป็นสิ่งที่มีมากมายหลากหลายประเภทและถูกแบ่งเป็นรายละเอียดยิบบ่อยอีกมากมาย ศิลปะโดยส่วนใหญ่นั้นก็คือการสร้างสรรค์สิ่งใดสิ่งหนึ่งด้วยความคิดสร้างสรรค์ให้ออกมาเป็นผลงานที่สวยงาม และแน่นอนว่าไม่ว่าจะเป็นศิลปะประเภทไหนแบบใดล้วนก็มีควาสวยงามด้วยกันทั้งนั้นแต่ความสวยงามของศิลปะ

ในแจ่ละประเภทก็จะมีเอกลักษณ์ที่สวยงามแจกจ่างกันออกไปนั่นเอง และศิลปะที่น่าสนใจอีกประเภทหนึ่งก๋คือศิลปะแบบนีโอคลาสสิค เมื่อได้ยินคำว่าคลาสสิคแล้สนั้นเราก็จะต้องนึกถึงความเป็นคลาสสิคของศิลปะอย่างแน่นอนมาดูกันว่า ความเป็นศิลปะแบบนีโอคลาสสิคนั้นมีลักษระอย่างไรและเป้นศิลปะที่มีความสวยงามขนาดไหน

ศิลปะแบบNeo Classic เป็นศิลปะที่มีการเดิดขึ้นอยู่ในยุคศิลปะสมัยใหม่เช่นเดียวกัน เป็นยุคที่มีการพัฒนาศิลปะออกมาหลากหลายประเภทและเป็นสิ่งที่ได้รับความนิยมชมชอบจากผู้ที่ชื่นชอบทางด้านผลงานศิลปะ หรือแม้แต่คนทั่วไปที่ไม่ได้มีการรู้จักในเรื่องศิลปะเป็นอย่างดีแต่ถ้าได้เห็นผลงานประเภทนี้แล้วนั้นก็จะต้องชื่อนชมถึงความสวยงามของผลงานอย่างแน่นอน โดยศิลปะแบบนีโอคลาสสิคนั้นเป็นศิลปะที่มีการเกิดขึ้รนนช่วงปีศตวรรษที่ 18 ในยุคสมัยนั้น

ถือว่าเป็นยุคสมัยแก่งการรู้แจ่งในงานด้านศิลปะ ยุคนี้นั้นเป็นยุคที่ผู้คนต่าๆมักให้ความสำคัยกับความเป็นเหตุผลและคุณค่าแห่งความเป็นมนุษย์ด้วย ผลงานโยส่วนใหญ่ในยุคนี้นั้นจะเป็นผลงานที่เน้นในเรื่องการวิพากย์วิจารณ์สังคมระบบราชาธิปไตรและการปกครองโยส่วนใหญ่เป็นการปกครองแบบคริสต์จักร 

ไม่ว่าจะเป็นผลงานที่ได้รับความนิยมในยุคนี้อย่าผลงานของวอร์แต มองเตสกิเออร์ โดยเขานั้นไม่ได้มีความสามารถเพียงศิลปะด้านเดียวเท่านั้น ถือว่าเป็นคนหนึ่งที่น่านับถืออย่างมาก เพราะบุคคลนี้นั้นมีความสามารถไม่ว่าจะเป็นด้านศิลปะ ปรัชาญา กฎหมายและด้านอื่นๆด้วย ถือว่าเขานั้นเป็นนักศิลปะคนหนึ่ที่มีความรู้รอบด้านทำให้สามารถที่จะสร้างสรรค์และจินตนาการผงานต่างๆขึ้นมาได้อย่างมากมายและเป้นผลงานทางด้านศิลปะที่น่าสนใจอย่างมากอีกด้วย

และอีกหนึ่งคนสำคัญของในยุคศิลปะแบบนีโอคลาสสิคนั้นก็คือฌ็องฌักรูโซ คนนี้ก็ถือว่าเป็นผู้สร้างสรรค์ผลงานได้รับด้านเช่นกัน เพราะเขานั้นไม่ได้เก่งเพียงการสร้างสรรคืทางด้านศิลปะเท่านั้น เขามีความสามารถในเรื่องของการเมือง ทฤษฎีต่างๆรอบตัวมากมายทำให้ในยุคนั้นถือว่าเขาเป็นบุคคลสัญในการสร้างสรรค์ผลงานในยุคนีโอคลาสสิคอีกคนหนึ่งด้วย

ในยุคนั้นได้มีเพียงการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะในด้านการวาดภาพหรืองานปั้นเท่านั้น ยังมีดนตรีที่ถือว่าเป็นศอลปะในยุคนโอคลาสสิคนี้ด้วย และในยุคนั้นถือว่าเป็นยุคเรื่องเรื่องของโมสาร์ทเลยก็ว่าได้ เขานั้นเป็นนักดนตรีแห่งยุคนีโอคลาสสิคนั่นเอง และสิ่งที่เค้าได้สร้างสรรค์ในอดีตนั้นถือว่าเป็นสิ่งที่ได้รับและถ่ายทอดมาถึงปัจจุบันด้วยนั่นก็คือดนตรีแนวโมสาร์ทนั่นเอง

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย   gclub

ประวัติความเป็นมาของกีฬาแฮนด์บอลในต่างประเทศ

         สำหรับกีฬาแฮนด์บอลนั้นเชื่อว่าหลายคนอาจจะรู้จักกีฬาชนิดนี้กันเป็นอย่างดีเพราะสมัยเด็กๆกีฬาชนิดนี้จะถูกนำมาเล่นกันบ่อยมากในโรงเรียนโดยเฉพาะหากมีการแข่งขันกีฬาสีหนึ่งในกีฬาที่จะถูกนำมาให้นักเรียนนั้นต้องแข่งขันกันก็คือกีฬาแฮนด์บอลนี่เองสำหรับกีฬาแฮนด์บอลนั้นว่ากันว่าเริ่มแรกเดิมทีนั้นเป็นกีฬาที่มีการเล่นกันในต่างประเทศซึ่งประเทศแรกที่เริ่มเล่นกีฬาแฮนด์บอลนั่นก็คือประเทศเยอรมนีและบุคคลที่มีการคิดค้นกีฬาแฮนด์บอลเป็นคนแรกว่ากันว่าเป็นเพียงแค่คุณครูที่สอนวิชาพลศึกษาในโรงเรียนซึ่งได้มีการคิดค้นกีฬานี้ขึ้นมาเพื่อให้เด็กนักเรียนนั้นได้มีกีฬาแปลกใหม่ในการเล่นกีฬารูปแบบเดิมนั่นเองว่ากันว่าในช่วงที่มีการเล่นกีฬาแฮนด์บอลใหม่ๆนั้นผู้คนไม่ค่อยสนใจกีฬาชนิดนี้กันมากนักแต่หลังจากนั้นในช่วงปีพุทธศักราช 2447

กีฬาชนิดนี้ก็เริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้น   และสำหรับกฎกติกาในการเล่นกีฬาแฮนด์บอลนั้นผู้ที่เริ่มคิดค้นก็คือครูพลศึกษาคนที่เริ่มคิดกีฬาชนิดนี้ขึ้นมานั่นเองโดยกีฬาแฮนด์บอลที่มีการเล่นกันในครั้งแรกนั้นจะมีการกำหนดผู้เล่นไว้มากถึงฝั่งละ 11 คนซึ่งจะต้องมีการเล่นจำนวน 2 ฝั่งเอาไว้แข่งขันกันโดยลักษณะการเล่นก็จะเป็นการแย่งลูกฟุตบอลกันซึ่งถ้าหากมองแบบผิวเผินแล้วการเล่นกีฬาแฮนด์บอลก็ไม่ได้ต่างกับกีฬาฟุตบอลเท่าไรนักต่างกันตรงที่ว่ากีฬาฟุตบอลนั้น

จะใช้เท้าในการเล่นและสัมผัสกับตัวฟุตบอลแต่กีฬาแฮนด์บอลนั้นจะใช้เป็นมือในการสัมผัสฟุตบอลแทนโดยพยายามที่ให้เรานำลูกฟุตบอลไปใส่ในประตูของฝั่งตรงข้ามให้ได้นั่นเองและเมื่อลูกฟุตบอลเข้าประตูฝั่งตรงข้ามเราก็จะได้คะแนนอย่างไรก็ตามหลังจากที่มีการเล่นกีฬาแฮนด์บอลมาสักระยะหนึ่งผู้คนเริ่มมองเห็นว่าจำนวนผู้เล่นในสนาม 11 คนนั้นดูแล้วจะมีมากเกินไปเพราะถ้ารวมผู้เล่นทั้ง 2 ฝั่งแล้ว

ในสนามจะมีผู้เล่นถึง 22 คนดังนั้นหลังจากนั้นจึงได้มีการปรับเปลี่ยนจำนวนผู้เล่นลงเหลือเพียงแค่ฝั่งละ 7 คนเท่านั้นซึ่งเมื่อทดลองลดจำนวนผู้เล่นลงปรากฏว่าการเล่นกีฬาแฮนด์บอลนั้นมีความสนุกมากขึ้นเพราะคนสามารถมีพื้นที่ในการวิ่งและแย่งบอลกันได้มากขึ้นทำให้กีฬาชนิดเริ่มมีการเล่นกันอย่างแพร่หลายจนในที่สุดกีฬาชนิดนี้ก็ถูกนำไปเป็นกีฬาในการจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกโดยมีการแข่งขันกันครั้งแรกในช่วงปีพุทธศักราช 2479

แต่อย่างไรก็ตามการแข่งขันกีฬาแฮนด์บอลนั้นได้รับความสนใจเพียงแค่ประมาณนึงเท่านั้นเพราะหลังจากนั้นเกิดมีสงครามโลกครั้งที่ 2 ขึ้นมาเมื่อสิ้นสุดสงครามโลกกีฬาแฮนด์บอลก็ถูกผู้คนลืมเลือนไปเตือนต้องมีการนำกีฬาแฮนด์บอลนั้นมาพัฒนาใหม่ไม่ว่าจะเป็นกฎกติกาหรือวิธีการเล่นเพื่อให้กีฬาแฮนด์บอลนั้นเป็นที่สนใจกันมากขึ้นโดยปัจจุบันนี้กีฬาแฮนด์บอลนั้นไม่ได้มีการเล่นกันเฉพาะในประเทศเยอรมนีเท่านั้นแล้วเพราะมีการเล่นกันอย่างแพร่หลายทั่วโลกแล้วในปัจจุบัน

 

 

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย   สมัครจีคลับ ไม่มีขั้นต่ำ

ตำนานรักกับยม

กาลครั้งหนึ่ง ในป่าหิมพานต์อันกว้างใหญ่บรรดานักบวช  นักพรต หรือแม้แต่ฤาษีที่อยู่ในป่าหิมพานต์แห่งนั้น ต่างก็ใช้ป่าหิมพานต์เป็นที่นั่งสมาธิฝึกฝนวิชาของตนเองให้แกร่งกล้าจนอยู่มาวันหนึ่ง พหลปิติฤาษีเขาได้ออกจากที่พักของตนเองเพื่อออกไปหาของป่าไปหาเก็บผลไม้มารับประทาน ในขณะที่เขาเดินมาถึงลำธารแห่งหนึ่งนั้นเขาได้เห็นลำธารแห่งนั้นมีดอกบัวขึ้นอยู่เต็มไปหมดซึ่งเขาได้มีการนำน้ำเต้าที่นำติดตัวมาด้วยตักน้ำในลำธารแห่งนั้นเพื่อเอาไปเก็บไว้กินในที่พักของเขา

ขณะที่เขากำลังตักน้ำใส่น้ำเต้าอยู่นั้นปรากฏว่ารีบซื้อต้นดังกล่าวนั้นได้มองเห็นเด็กน้อยคู่หนึ่ง ทั้งคู่กำลังนอนหลับอยู่ภายในดอกบัวทางด้านฤาษีที่ได้เห็นเด็กน้อยอยู่ในดอกบัวก็เกิดความรู้สึกเอ็นดูจึงได้นำเด็กน้อยทั้งคู่นั้นกลับไปที่อาศรมด้วยเพื่อนำไปเลี้ยงดู และเมื่อเลี้ยงนานวันเข้าเด็กน้อยทั้งสองคนก็เติบโตขึ้นโดยทั้งคู่นั้นมีชื่อเรียกว่า รักฏะกับ ยมกะ คือชื่อของเด็กทั้งสองคน

และชื่อเล่นของพวกเขาก็คือ รัก และยมนั่นเองทางด้านฤาษีก็ได้ถ่ายทอดวิชาอาคมให้กับเด็กน้อยทั้งสองคนจนหมดสิ้นทำให้เด็กน้อยทั้งสองคนนั้นมีความเก่งกาจสามารถและเมื่อเด็กน้อยทั้งสองคนเติบโตขึ้นมา รักฏะกุมารทองขึ้นมาแล้วหน้าตาหล่อเราเป็นอย่างมากส่วนทางด้านยมกะกุมารหล่อน้อยกว่า รักฏะกุมาร ถึงแม้ว่า ยกกะกุมารจะหล่อสู้ รักฏะกุมารไม่ได้แต่เขาก็สามารถเก่งทางด้านวิชาอาคมต่างๆและเก่งในเรื่องของการต่อสู้อีกด้วยเมื่อทั้งสองคนเติบโตจนกลายเป็นหนุ่มใหญ่ทั้งสองคนจึงได้กราบลาพระฤาษีเพื่อออกไปค้นหาชีวิตไปปฏิบัติธรรมกรรมดีเพื่อส่งเสริมให้ชีวิตของตนเองนั้นได้บุญได้กุศลมากยิ่งขึ้น ซึ่งทางด้านฤาษีก็ยินยอมให้ทั้งสองคนนั้นออกไปใช้ชีวิตเป็นของตนเอง

แต่ได้มีการกำชับ รักกับยม ว่า หากได้มีโอกาสรับราชการทหารกับแคว้นใดจนอย่าหลงระเริงคิดว่าตนเองนั้นมีความเก่งกาจอย่าทำร้ายชีวิตสัตว์และมนุษย์โดยไม่จำเป็นเป็นอันขาดและประมาทกับการใช้ชีวิต ซึ่งทั้งสองคนก็รับปาก ซึ่งทั้งสองคนเดินทางไปเป็นทหารของแคว้นหนึ่งซึ่งด้วยความเก่งและความดี รักฎะกุมารได้ตำแหน่งเป็นทหารเอก ส่วนทางด้านยมกะกุมารได้เป็นที่ปรึกษาของกษัตริย์แห่งแคว้นนั้น

ด้วยความหล่อเหลาของรักฎะกุมารทำให้พระธิดาของแคว้นนั้นเกิดตกหลุมรักเขา แต่พ่อของพระธิดานั้นไม่ได้ยินดีด้วยเพราะว่าพ่อของพระบิดาได้มีการมองคู่ครองไว้ให้กับลูกสาวของตนเองไว้แล้วเป็นเจ้าชายจากแคว้นใกล้เคียงกันพระ ราชาจึงได้กีดกันความรักในครั้งนี้โดยการนำพระธิดาของตนเองนั้นไปไว้ที่เมืองอีกเมืองหนึ่งซึ่งเมื่อ รักฎะกุมารรู้เข้าก็รู้สึกไม่พอใจจึงได้คิดวางแผนที่จะฆ่าพระราชาส่วนทางด้านยมกะกุมารนั้นรู้ว่า รักฎะกุมารคิดอย่างไรและก็ได้พยายามที่จะห้ามปรามไม่ให้ รักฎะกุมารทำเรื่องเหล่านั้นแต่อย่างไรก็ตาม รักฎะกุมารก็เฝ้าคิดถึงแต่พระธิดาอยู่ตลอดเวลา จนในที่สุดเขาก็ทนไม่ไหว รักฎะกุมารได้เข้ารอบไปสังหารพระราชาจนเสียชีวิต

และเรื่องราวดังกล่าวก็รู้ไปถึงหูของพระอาจารย์ฤาษีท่านจึงได้ส่งกระแสจิตเรียกทั้ง 2 คนกลับไปหาท่านในป่าหิมพานต์ และเมื่อทั้งสองคนเดินทางมาถึงอาศรมต่างก็รู้สึกสำนึกผิดกับสิ่งที่ทำลงไปฤาษีได้สั่งให้ รักฎะกุมารทำการบวชตลอดชีวิตเพื่อชดเชยความผิดที่ตนเองได้ทำลงไป เพื่อเป็นการล่างบาป ส่วนทางด้าน ยกมะกุมารนั้นเขาได้กลับมาที่แคว้นเดิมและมาทำงานจนแก่ชราหลังจากนั้นจึงได้ลาออกและออกบวช

และในช่วงที่พระอาจารย์ฤาษีนั้นชราภาพมากแล้วและรู้ตัวว่าจะไม่สามารถมีชีวิตต่อไปได้แล้วท่านจึงได้เรียก 2 นักบวชรักและยมกับมาหา และได้ให้พรนักบวชรักและยมก่อนตายว่าไม่ว่าทั้งสองคนจะตายแล้วไปเกิดใหม่กี่ภพกี่ชาติก็ขอให้ทั้งสองคนนั้นเป็นที่รักใคร่ของคนทั่วไปและขอให้ทั้งสองคนนั้นไม่มีศัตรูคนไหนที่จะทำอันตรายทั้งสองคนได้ แต่ทั้งสองคนนั้นจะไม่ได้กลับมาเกิดเป็นมนุษย์อีกแล้วแต่จะให้ไปเกิดเป็นวัตถุธาตุ

เธอทั้งสองคนนั้นจะต้องไม่มีชีวิตจิตใจแต่จะมีชื่อเสียงโด่งดังไปไกล ตราบชั่วกัลปาวสาน หลังจากนั้นพระฤาษีก็ได้เสียชีวิตไปทางด้านนักบวชรักและยมจึงได้นำศพของพระฤาษีไปฝังเอาไว้ซึ่งต่อมาตรงบริเวณที่มีหลุมฝังศพนั้นเกิดต้นไม้ขึ้นมา 2 ชนิดนั้นก็คือต้นรักซ้อนและต้นมะยมขึ้นคู่กันทำให้นับตั้งแต่นั้นมาเกจิดังต่างๆจึงได้นิยมนำต้นรักและต้นมะยมมาทำการแกะสลักกุมารรักยมนั่นเอง

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย     ีดฟิำะ

คำสาปของ พ่อแม่แห่งทะเลสาบล็อคเนสส์ อลิสแตร์ ครอส์สีย์ ประเทศสกอตแลนด์

       เกี่ยวกับตำนานความเชื่อของชาวสกอตแลนด์ซึ่งมีความเชื่อกันมาตั้งแต่สมัยโบราณโดยเชื่อกันว่าในสมัยก่อนนั้นจะมีพวกพ่อมดหมอผีที่สามารถสาปแช่งและดลบันดาลให้ใครเป็นไปได้อย่างที่ตนเองต้องการโดยมีความเชื่อเล่าขานกันมาว่าในช่วงปีคริสต์ศักราช 1899   ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ทางบริเวณตอนใต้ของทะเลสาบล็อกเนสมีบ้านหลังหนึ่งซึ่งปลูกอาศัยอยู่ห่างไกลจากผู้คนด้วยบ้านหลังดังกล่าวนั้นเป็นบ้านของผู้ชายคนหนึ่งโดยเขามีชื่อว่า อลิสแตร์ ครอส์สีย์  

ส่วนสาเหตุที่เขาอยู่อย่างโดดเดี่ยวไม่มีเพื่อนบ้านอยู่ใกล้กันกับเขาเลยนั่นก็เพราะว่าเพื่อนบ้านของเขานั้นต่างก็พากันเชื่อว่า อลิสแตร์ ครอส์สีย์ นั้นคือพ่อมดหมอผีซึ่งเขามีเวทย์มนต์คาถาและมีอาคมแข็งแกร่งโดยสามารถที่จะสาปแช่งและดลบันดาลให้ใครก็ได้ที่เขาไม่พอใจให้มีอันเป็นไปซึ่งชาวเมืองเชื่อกันว่า อลิสแตร์ ครอส์สีย์ นั้นได้มีการเรื่องภูตผีปีศาจและดวงวิญญาณเอาไว้มากมายหลายดวง 

รวมถึงภูติผีปีศาจอีกหลายตนด้วยกัน ซึ่งหากใครก็ตามที่ทำให้ อลิสแตร์ ครอส์สีย์  ไม่พอใจเขาจะส่งภูติผีปีศาจเหล่านั้นมาทำร้าย จึงทำให้ไม่เคยมีใครไปยุ่งเกี่ยวกับ อลิสแตร์ ครอส์สีย์  เลยเพราะเกรงว่าเขาจะไม่พอใจ และยังเคยมีข่าวลือออกมาด้วยว่า เคยมีเพื่อนบ้านไปทำให้ อลิสแตร์ ครอส์สีย์  อารมณ์เสีย อลิสแตร์ ครอส์สีย์  ได้ใช้เวทมนต์สาปแช่งให้เพื่อนบ้านคนนั้นเสียชีวิตอีกด้วย อย่างไรก็ตามมีเรื่องเล่าอีกว่า มีอยู่ครั้งหนึ่ง อลิสแตร์ ครอส์สีย์ 

ได้เดินทางไปที่ยอดเขาแห่งหนึ่ง ซึ่งมีชื่อว่าปล่องไฟปีศาจ แต่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เขาเกิดความไม่พอใจกับการเดินทางไปที่ปล่องไฟปีศาจในครั้งนั้น อลิสแตร์ ครอส์สีย์  ถึงกับสาปแช่ง ปล่องไฟแห่งนั้นให้พังทลายลง และเมื่อมันพังทลายเมื่อไหร่ ให้เหล่าวิญญาณร้ายที่สิงสถิตย์อยู่ที่ปล่องไฟปีศาจนั้น ได้ถูกปลดปล่อยและให้ส่งผลต่อคนที่เดินทางไปแถวบริเวณดังกล่าว อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าเวลาจะผ่านไปเป็นพันปี และ อลิสแตร์ ครอส์สีย์  ก็เสียชีวิตไปนานแล้ว

แต่ปล่องไฟปีศาจก็ยังคงอยู่ จนเมื่อประมาณ ปี ค.ศ. 2001  ช่วงราวราวเดือน เมษายน ปล่อยไฟปีศาจก็ได้พังทลายลงมา ผู้คนที่ทราบข่าวต่างก็พากันหวาดกลัวกันเป็นอย่างมาก  ซึงยอดเขาแห่งนั้นสูงถึง 70 เมตรเลยทีเดียว แต่หลังจากที่ปล่องไฟปีศาจพังทลายลงมาแล้วก็ไม่ได้มีใครออกมายืนยันว่า สรุปแล้ว คำสาปแช่งของ อลิสแตร์ ครอส์สีย์  เป็นผลสำเร็จหรือไม่ และมีใครที่ถูกทำร้ายจากคำสาปแช่งนี้หรือไม่

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ทางเข้า gclub มือถือ

 

พระนางครีโอพัตตา กลับรูปโฉมที่แท้จริง

              ความงามคือสิ่งที่ผู้หญิงทุกคนนั้นต่างก็ใฝ่ฝัน แต่คนที่มีความงามด้วยและฉลาดด้วยจะยิ่งเป็นสิ่งที่ผู้หญิงทุกคนใฝ่ฝันมากที่สุด  ผู้หญิงที่สวยและเก่งมีมากมายหลายร้อยคนจากทั่วทุกมุมโลกและมีหลายคนที่มีชื่อเสียงโด่งดัง  และวันนี้เราจะมาพูดถึงหญิงสาวคนหนึ่งที่เธอมีทั้งความสวยและความเก่งกาจสามารถที่ผู้ชายหลายคนอาจจะยังไม่อาจจะเทียบได้เลยทีเดียว ซึ่งหญิงสาวที่เรากำลังจะพูดถึงอยู่นี้เธอเป็นหญิงสาวที่มีทั้งความงามและความฉลาดและที่สำคัญเธอมีอายุมาแล้วหลายร้อยหลายพันปี

แต่ในปัจจุบันผู้คนยังคงมีการพูดถึงวีรกรรมของพระนาง และหลายคนยังคงมีความต้องการอยากที่จะเก่งได้เพียงแค่ครึ่งของพระนาง สวยได้เพียงแค่ครึ่งของพระนาง หากพูดอย่างนี้แล้วเชื่อว่าทุกคนคงพอจะรู้กันบ้างแล้วว่าวันนี้เรากำลังจะพูดถึงใคร ใช่แล้วค่ะวันนี้เราจะพูดถึงพระนางครีโอพัตรานั่นเองค่ะ 

 สำหรับพระนางครีโอพัตราแล้วเชื่อว่าหลายคนคงต้องเคยได้ยินชื่อเสียงของพระนางกันมาเป็นอย่างดีเลยทีเดียว โดย ในความคิดของใครหลายหลายคนเชื่อกันว่าพระนางครีโอพัตรานั้นเป็นหญิงสาวที่มีความงดงามเป็นอย่างมากอีกทั้งการอ่านยังเป็นหญิงสาวที่มีความเฉลียวฉลาด ที่สำคัญเพราะนางนั้นสามารถมัดใจชายหลายหลายคนซึ่งชายแต่ละคนนั้นก็มีอำนาจยิ่งใหญ่แต่ก็ต้องมาสยบแทบเท้าต่อพระนางครีโอพัตตากันแทบทุกคนนั่นเอง

แต่อันที่จริงแล้วมีบางตำนานเราถึงพระนางคลีโอพัสตราว่าสาเหตุที่ชายหนุ่มหลายคนสยบแทบเท้าพระนางครีโอพัตรานั้นไม่ได้เกิดจากที่ความสวยงามของผนังเลยแม้แต่นิดเดียวแต่ที่พระนางสามารถสยบผู้ชายหลายคนได้นั้นเกิดจากการที่พระนางนั้นมีความเสลียวฉลาด สามารถรู้เล่ห์เหลี่ยมและรู้เท่าทันคน และสาเหตุที่มีความเชื่อกันว่าแล้วนางนั้นเป็นคนที่สวยและมีความเฉลียวฉลาดนั่นก็เพราะว่ามีนักโบราณคดีสามารถขุดค้นพบพระเศียรของพระนาง

และเหรียญที่มีภาพใบหน้าของพระนางติดอยู่ด้วยซึ่งถือว่าเป็นการค้นพบครั้งยิ่งใหญ่ใน ประวัติศาสต์เลยทีเดียว ชื่อเสียงของพระนางคลีโอพัตรานั้นมีการเล่าหรือกันไปทั่วตั้งแต่สมัยที่พระนางยังมีชีวิตอยู่จนถึงแม้แต่ปัจจุบันนี้ความสวยงาม และความเสียสละของพระองค์ก็ยังคงเป็นที่เรื่องหรืออยู่ไม่เสื่อมคลายซึ่งใครได้หลายคนก็อยากที่จะใฝ่ฝันที่จะมีความสวยงามเช่นเดียวกับพระนางครีโอพัตรา และหวังว่าจะฉลาดได้เพียงครึ่งหนึ่งของพระนางก็อย่างดี

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย   จีคลับคาสิโนออนไลน์

 

ตำนานถนนเพชรบุรีตัดใหม่

สำหรับบางคนคงยังจำกันได้ดีในค่ำคืนหนึ่งของเดือนกันยายนปีพศ 2543 มีเหตุการณ์ที่น่าเศร้าสลดเกิดขึ้นที่ถนนเพชรบุรีตัดใหม่เมื่อถนนดังกล่าวมีเหตุการณ์ไฟลุกไหม้ท่วมเรียกได้ว่าเป็นทะเลเพลิงตรงถนนเพชรบุรีตัดใหม่ดังกล่าวแห่งนั้น ซึ่งทะเลเพลิงนั้นเกิดมาจากการที่เกิดเหตุการณ์แก๊สระเบิดขึ้นจากรถบรรทุกแก๊สขับมาด้วยความเร็วและเกิดเสียหลักล้มคว่ำและแก๊สที่บรรทุกมาทั้งหมด

มีการเกิดการระเบิดขึ้นทำให้บริเวณพื้นที่ดังกล่าวนั้นได้รับความเสียหายจากการเกิดเพลิงไหม้ในครั้งนั้นซึ่งในระหว่างที่มีเหตุการณ์แก๊สระเบิดนั้นเป็นช่วงที่จราจรค่อนข้างหนาแน่นรถที่อยู่บริเวณใกล้เคียงในรัศมี 2 กิโลเมตรต่างก็ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์แก๊สระเบิดในครั้งนี้มีผู้คนบาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมาก ซึ่งเหตุการณ์นั้นทำให้เป็นข่าวใหญ่มากที่สุดแห่งปีเลยก็ว่าได้เขาเป็นอุบัติเหตุครั้งใหญ่ที่กรุงเทพฯไม่เคยประสบเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน

 

ผู้คนที่ล้มตายในเหตุการณ์ครั้งนั้นบางคนยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตนเองจะตายเพราะเมื่อถังแก๊สระเบิดไฟก็ลุกลามอย่างรวดเร็วบางคนตายในรถและบางคนนั้นก็ออกมาตายข้างนอกแต่ส่วนใหญ่แล้วผู้คนจะถูกไฟลุกไหม้เผาเนื้อตัวจนแทบยังไม่มีพื้นที่ไหนที่เป็นพื้นที่เนื้อดีเลยทีเดียวการระเบิดของแก๊สนั้นในคราวได้สร้างความเสียหายว่าเยอะแล้วแต่ยังมีถังแก๊สอีกลูกหนึ่งที่ต่อมาก็เริ่มระเบิดอีกครั้งหนึ่งทำให้บ้านเรือนที่อยู่บริเวณดังกล่าวต่างก็ได้รับความเสียหายไปด้วย

และเหตุการณ์ไฟไหม้ในครั้งนั้นต้องใช้ระยะเวลามากกว่า 24 ชั่วโมงในการดับไฟซึ่งผู้คนต่างพากันวิ่งหนีบาดเจ็บล้มตายเป็นอย่างมากเจ้าหน้าที่ดับเพลิงจากทั่วทุกที่ในเขตกรุงเทพฯต่างก็มารวมตัวกันที่ถนนเพชรบุรีตัดใหม่เพื่อที่จะได้ช่วยกันดับไฟแต่กว่าไฟจะดับลงนั้นก็รอจนถึง 22:00 น ของวันรุ่งขึ้นเลยทีเดียวเจ้าหน้าที่ทุกคนต่างก็เหนื่อยล้า ส่วนตำนานความร้อนก็เริ่มขึ้นหลังจากที่เธอไม่ได้สงบลงแล้ว

โดยมีการบอกเล่าจากแท็กซี่ที่ขับรถในช่วงเวลากลางคืนว่าหากใครที่วิ่งรถแท็กซี่มาตรงถนนเพชรบุรีตัดใหม่มักจะพบหญิงสาวคนหนึ่งมาโบกรถเพื่อให้ไปส่งที่บริเวณหน้าวัด อรุณโดยจะให้แท็กซี่นั้นขับผ่านเส้นสะพานซังฮี้ ซึ่งเมื่อหญิงสาวคนดังกล่าวขึ้นรถไปได้สักครู่ก็จะบอกให้แท็กซี่นั้นแวะไปหน้าโรงพยาบาลหัวเฉียวก่อน แต่เธอมักจะลงกลางทางก่อนทุกครั้งโดยจะลงแถวบริเวณมักกะสันและเงินที่เธอจ่ายให้กับรถแท็กซี่นั้นจะเป็นแบงค์กงเต็กซึ่งรถแท็กซี่จะพบเจอเหมือนกันหมดจนกลายเป็นตำนานกล่าวขานกันนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย    ยูฟ่าเบท365

 

แสงและสีต่างๆที่เรามองเห็น

 

ทุกคนต่างมีการมองเห็นแสงสีเหลืองของดวงตาและสมองของมนุษย์ ซึ่งทำประกอบต่างๆกันซึ่งอย่างไรก็ตามการมองเห็นแสงสีตั้งแต่วันนี้ประกอบด้วย 3 ส่วนใหญ่ๆคือ แสง วัตถุ และตาของมนุษย์ ซึ่งสิ่งต่างๆเหล่านี้เองเกิดขึ้นตามธรรมชาติมากมายเราอาจจะเห็นในทุกสิ่งไม่ว่าจะเป็นต้นไม้ ภูเขา ดิน สีของท้องฟ้า สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นตามธรรมชาติอย่างไรก็ตามใจและสร้างสรรค์วันนี้ที่เรามองเห็นสามารถนำไปพัฒนาเป็นงานศิลปะมากมายจากการที่เรามองเห็นต่างๆการรับรู้เกี่ยวกับมนุษย์มีกระบวนการที่ค่อนข้างหลากหลาย

 

เครื่องตามหลักวิทยาศาสตร์แล้วเมื่อแสงเกิดขึ้นตามธรรมชาติมากระทบของวัสดุ และถูกถ่ายทอดมาที่ตาของเรา ก็จะทำให้เราเห็นสีต่างๆเกิดขึ้นมากมาย อย่างไรก็ตามสิ่งที่เกิดขึ้นก่อให้เกิดความรู้สึกต่างๆไม่ว่าจะเป็น รู้สึกสดใส รู้สึกเศร้าเพราะสิ่งต่างๆเหล่านี้ที่แสดงถึงอารมณ์มากมาย ยกตัวอย่างเช่นสีแดงหรือความร้อนแรงของสีต่างๆพรุ่งนี้ ถูกถ่ายทอดมาแล้วอาจจะรู้สึกถึงความรุนแรงความร้อนแรงของสีหรือแม้แต่จะเป็นในส่วนของ ความฉูดฉาด

และในส่วนของสีที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติที่เป็นสีฟ้าหรือสีน้ำเงินของแม่น้ำและทะเล จะทำให้เราเห็นถึงความสบายความผ่อนคลาย สีเขียวเป็นสีของธรรมชาติ ซึ่งเมื่อเห็นแล้วก็จะรู้สึกว่ามีความสดชื่นผ่อนคลาย อย่างไรก็ตามสีและแสงต่างๆนี้มีมากมายซึ่งมนุษย์ตั้งแต่ตอนนี้มาทำงานศิลปะเป็น

สิ่งที่เกิดขึ้นณตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นภาพวาดภาพเขียนหรือแม้แต่จะเป็นในส่วนของ งานศิลปะตามผนังกำแพงโบสถ์ หรืองานต่างๆเกิดขึ้นมากมายอย่างไรก็ตามมนุษย์มีความรับรู้เกี่ยวกับสีต่างๆและกระบวนการในการนำสีต่างๆเหล่านั้นมาพัฒนาให้เกิดประโยชน์สูงสุด สีที่เกิดตามธรรมชาติไม่ว่าจะเป็นสีของหินสีของดินสีของเลือดต่างๆเหล่านี้ ถูกนำมาพัฒนาเป็นงานศิลปะมากมายตั้งแต่ยุคอดีต

และถูกพัฒนาขึ้นมาเรื่อยๆอย่างไรก็ตามมนุษย์มีความต้องการในการรับรู้ส่วนทะเลภาพของงานศิลปะต่างๆ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่ถูกพัฒนางานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นมนุษย์มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบในการทำงานและการพัฒนาเรื่องราวต่างๆให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น อย่างไรก็ตามที่จะเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่ลักษณะในการใช้ชีวิตของผู้คนมีการเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาตลอดเวลาผ่านทางรูปแบบในการทำงานศิลปะและถ่ายทอดอารมณ์

เพราะผู้คนมีความต้องการในการพัฒนารูปแบบในการใช้ชีวิตต่างๆที่มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นสีต่างๆเหล่านี้หรือว่าแตกต่างที่ถูกเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนารูปแบบในการทำงาน

เพราะผู้คนมีความต้องการในการทำงานเสียความวันนี้ในการผ่อนคลายเรื่องราวต่างๆหรือแม้แต่จะเป็นจิตรกรต่างๆ หรือศิลปินต่างๆในยุคปัจจุบันก็มีการเรียนรู้ในงานทำงานศิลปะต่างๆเหล่านี้เพื่อพัฒนางานหรือปรับปรุงรูปแบบงานที่มีประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้น เพราะงานต่างๆเหล่านี้ก็มีการพัฒนาและการปรับปรุงอยู่ตลอดเวลาให้มีประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นถ่ายทอดทางด้านสังคมวัฒนธรรมความเป็นอยู่ของผู้คน ซึ่งในยุคปัจจุบันสำคัญอย่างยิ่งในการใช้ชีวิตในปัจจุบันนี้ 

 

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย    ufabet

เรื่องราวและการจดบันทึกทางศิลปะ

ดูหนังการสร้างสรรค์ผลงานทางการทำงานทางด้านศิลปะ เป็นเวลาช้านานที่งานศิลปะต่างๆที่เข้าสู่จิตใจผู้คนไม่ว่าจะเป็นเกี่ยวกับทางด้านความเชื่อศาสนาต่างๆ หากมองย้อนกลับไปปัจจัย 4 ของมนุษย์มีเพียงแค่ อาหาร ที่อยู่อาศัย ยารักษาโรค และเครื่องนุ่งห่ม แต่อย่างไรก็ตามมนุษย์มีความหวาดกลัวอยู่ในใจมีความต้องการในการอยู่รอดหรือแม้แต่จะเป็นในส่วนของตั้งแต่ยุคหินมา การจดบันทึกเรื่องราวต่างๆหรือแม้แต่จะเป็นการจดว่าในสถานที่ที่ใกล้ตัวเองมีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้นบ้าง

เพราะมนุษย์มีความหวาดกลัวจากสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ทางธรรมชาติหรือแม้แต่จะเป็นในส่วนของลักษณะอื่นๆที่เกิดขึ้นมา ยกตัวอย่างเช่นฟ้าผ่า ฟ้าร้อง แผ่นดินไหว น้ำท่วม ฝนตก สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นมาทำให้มนุษย์มีความหวาดกลัวและมีความระแวงในการใช้ชีวิตอย่างไรก็ตามเรื่องราวทางกายภาพต่างๆที่ถูกจดบันทึกด้วยความบังเอิญตั้งแต่ยุคหิน

ทุกคนต่างใช้เลือดสัตว์ กระดูกสัตว์ หรือแม้แต่จะเป็นหินต่างๆหรือแม้แต่จะเป็นดินต่างๆเป็นการแกะสลักหรือการจดบันทึกเขียนตามกำแพงต่างๆ จึงทำให้มีการเกิดงานศิลปะด้วยความบังเอิญผู้คนต่างๆมีความต้องการในการจดบันทึกเกี่ยวกับสัตว์ที่สามารถล่าได้หรือสามารถทำมาเป็นอาหารได้ สิ่งต่างๆเหล่านี้มีสารอาหารค่อนข้างเยอะเรื่องราวต่างๆในการจดบันทึกเรื่องราวต่างๆมีการบันทึกให้ผู้คนได้เข้าใจมากยิ่งขึ้น

ส่งต่อเรื่องราวต่างๆในการพัฒนาด้านต่างๆมีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลาเรื่องราวเนื้อหาต่างๆของผู้คนมีการส่งต่อไปสู่สถานที่ต่างๆ ลักษณะของงานศิลปะก็มีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลาเช่นเดียวกันอย่างไรก็ตามมีจุดประสงค์สำคัญอย่างยิ่งที่เรื่องราวต่างๆในงานศิลปะต่างๆที่ถูกจดบันทึกผ่านงานศิลปะ ยกตัวอย่างเช่นในประเทศไทย หนังสือภาพที่เกี่ยวกับศาสนา มีเป็นจำนวนมาก รวมไปถึงงานประติมากรรม หรือตามสถานที่เกี่ยวกับศาสนาต่างๆเช่นวัด โบสถ์ ตามสถานที่ต่างๆเหล่านี้มีการจดบันทึกเรื่องราวเกี่ยวกับพระพุทธเจ้า

หรือเกี่ยวกับศาสนาทั้ง 4 นี่จะเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่ศิลปะคือการจดบันทึกเรื่องราวต่างๆเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นศึกสงครามการเจริญรุ่งเรืองของเมืองต่างๆ การทำการค้า หรือแม้จะเป็นเหตุการณ์เกี่ยวกับศาสนา การเมือง การปกครองเศรษฐกิจต่างๆ อย่างไรก็ตามเรื่องราวต่างๆเกิดขึ้นผ่านการจดบันทึกหรือไม่จัดเป็นงานศิลปะภาคใหม่

ผู้คนต้องการความสนใจในการเรียนรู้เรื่องราวต่างๆหรือแม้แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงการสร้างสรรค์ผลงานต่างๆผ่านงานศิลปะจำนวนมาก การพัฒนาการทำงานหรือการสร้างสรรค์ผลงานเหล่านี้มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบให้มีประสิทธิภาพอยู่เสมออย่างไรก็ตามเหตุการณ์หรือวัฒนธรรมที่เกิดขึ้นของผู้คนดังกล่าวมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ผู้คนให้ความสนใจในการเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาการทำงานการเปลี่ยนแปลงศาสนาสังคม

ศิลปะคือ 1 ทางที่ผู้คนต่างๆสามารถแสดงออกได้ ไม่ว่าจะเป็นความคิดเห็นหรือแม้แต่เป็นความเชื่อต่างๆซึ่งส่งผลต่อความเป็นอยู่ของผู้คน 

 

 

สนับสนุนโดย   gclub