ตำนาน ต้นกำเนิด ปลาแก้มช้ำ

มีตายายคู่หนึ่งอาศัยอยู่บนภูเขาด้วยกันโดยตากับยายนั้นเลี้ยงสัตว์อยู่ 2 ชนิดนั่นก็คือหมากับแมวโดยคุณยายนั้นมีสมบัติจากตระกูลของตัวเองอยู่ 1 อย่างซึ่งเป็นแหวนเพชรที่มีความสวยงามและเก่าแก่เป็นอย่างมากมีอยู่วันหนึ่งที่เจ้าหมาเห็นแหวนเพชรอยู่มันจึงได้ภาพแหวนเพชรไปกะว่าจะเอาไปเล่นคุณยายเมื่อหาแหวนไม่เจอก็รู้ทันทีว่า เจ้าหมาเอาไป

คุณยายจึงสั่งให้เจ้าแมวไปเจรจากับเจ้าหมาให้คืนแหวนของคุณยายมาเจ้าแมวก็เห็นเจ้าหมากำลังจะเดินข้ามแม่น้ำไปเจ้าแมวรีบถามมาว่าเจ้าได้เอาแหวนของคุณยายไปใช่ไหมตอนที่หมากำลังจะตอบแหวนของคุณยายก็ได้ดันตกลงไปในแม่น้ำและก็ได้มีปลาตัวหนึ่งที่คาบแหวนไปตอนนั้นเจ้าหมาและเจ้าแมวตกใจเป็นอย่างมาก

เจ้าหมาจึงได้ลงไปในน้ำให้คนของมันเก็บน้ำเอาไว้แล้วมันก็ขึ้นมาสะบัดร่างกายของมัน หลอกทำอย่างนี้ไปเรื่อยๆทั้งวันทั้งคืนหวังที่จะนำน้ำออกหมดจะได้เจอแหวนได้ง่ายๆสูงปลาที่อาศัยอยู่ที่นั่นก็กลัวว่าตัวเองจะตายเจ้า ปลาตัวหนึ่งซึ่งเป็นปลาที่มีอำนาจที่สุด ได้ไปเจรจากับเจ้าหมาบ้าพวกมันนั้นอยากให้เจ้าหมาหยุดนำน้ำออกจากแม่น้ำก่อนพวกมันจะตอบแทน

โดยการไปนำแหวนมาคืนให้เจ้าหมาก็ตอบตกลงเราพาก็ตามหาตัวเจ้าปลาที่ขโมยแหวนไปจนเจอและเจ้าป่าทั้งหลายก็เล่าเหตุการณ์ให้กับเจ้าปลาที่ขโมยแหวนไปให้ฟังแต่เจ้าปลาที่ขโมยแหวนไปนั้นกลับไม่คืนแหวนนั่นทำให้เหล่าปลานั้นโมโหเป็นอย่างมาก จึงได้ทำร้ายเจ้าปลาตัวนั้นจนแก้มของมันนั้นฟกช้ำมีรอยเลือดสีแดงหลังจากที่ ปลาได้แหวนมาแล้ว

พวกมัน ก็นำแหวนไปคืนเจ้าหมาและแมวเจ้าหมาและแมวก็นำแหวนไปคืนเจ้านายโดยต้นกำเนิดของปลาแก้มช้ำก็คือเรื่องที่เจ้าป่าขโมยแหวนไปและถูกปลาตัวอื่นทำร้ายจนหลังจากที่มันมีลูกหลานลูกหลานของมันนั้นก็มีรอยฟกช้ำที่หน้าเหมือนกันทำให้ทุกคนได้ตั้งฉายาว่าเจ้าปลาแก้มช้ำนั่นเอง

    สำหรับปลาแก้มช้ำนั้นเป็นปลาที่อยู่ในน้ำจืดและเป็นปลาที่อยู่ในกลุ่มเดียวกับปลาตะเพียนซึ่งหากใครที่ไม่เคยรู้จักพาแก้มช้ำมาก่อนก็สามารถดูข้อมูลของปลาชนิดนี้ได้ผ่านทางอินเทอร์เน็ตซึ่งจะมีรายละเอียดบอกเกี่ยวกับเรื่องของปลาชนิดนี้เอาไว้อย่างละเอียดนั่นเอง

 

 

 

สนับสนุนโดย   จีคลับคาสิโนออนไลน์

ซากสงครามและความเจ็บปวด

     ก่อนที่จะบุกโปแลนด์นั้นกองกำลังเยอรมันข้ามผมแดนทางตะวันออกบุกเข้ายึดเช็กโกสโลว่าเกีย ต่อมากองกำลังเยอรมันบุกยึดเมืองท่าเมเมลของลิทัวเนียบนชายฝั่งทะเลบอลติกและเรียกร้องหยุดของโปแลนด์และดานชิก เมื่อมีการรุกรานของอธิปไตยในประเทศต่างๆในยุโรป อังกฤษและฝรั่งเศสเห็นความจำเป็นต้องชักชวนละเสียเค้าเป็นพวกเพื่อการถ่วงดุลอำนาจทางยุโรปแต่ทางด้านเยอรมันนีเกรงว่าจะถูกโจมตีทั้งสองด้านเพราะเยอรมันนีอยู่ระหว่างรัสเซียและฝรั่งเศสเยอรมนีถึงรีบดำเนินการทางการทูตกับรัสเซียตัดหน้าอังกฤษและฝรั่งเศสเป็นผลให้เยอรมนีรัสเซียร่วมลงนามในข้อตกลงไม่ลูกหลานกันขนาพันธมิตรรุกรานประเทศอื่น

      ต่อมาในวันที่ 1 กันยายนค.ศ. 1939 กองกำลังเยอรมันข้ามผมแดนตะวันออกบุกโจมตีรุกรานดินแดนทางด้านตะวันตกของโปแลนด์อย่างรวดเร็วถือเป็นการเริ่มสงครามโลกครั้งที่สอง จังหวัดกาญจนบุรีซึ่งตั้งอยู่ในแนวยุทธศาสตร์จึงได้รับผลกระทบจากสงครามในครั้งนั้นและทำให้สถานที่หลายแห่งกลายเป็นสถานที่แห่งประวัติศาสตร์ทางการรบ ซึ่งแม้ในปัจจุบันก็ยังคงหลงเหลือร่องรอยและกลิ่นอายแห่งสงครามให้เห็นอยู่โดยเฉพาะพิพิธภัณฑ์สงครามอักษะและเชลยศึก ที่จัดตั้งขึ้นโดยเจ้าคุณพระเทพปัญญาสุธีเจ้าอาวาสวัดไชยชุมพลชนะสงครามและเจ้าคณะจังหวัดกาญจนบุรี หากใครเคยมีโอกาสได้เข้าไปเยี่ยมชมและศึกษาจะสัมผัสได้ถึงความรุนแรงและความโหดร้ายจากพิษภัยของสงครามได้เป็นอย่างดีภายในพิพิธภัณฑ์มีการจัดการแสดงสามส่วน ประกอบด้วย 

      ส่วนที่ 1 อาคารจำลองที่พักเชลยศึกในการระหว่างการสร้างทางรถไฟ  เป็นอาคารไม้ไผ่หลังคามุงจากฝาขัดแตะด้วยไม้รวกด้านไหนยกพื้นขึ้นฝ้าด้วยฟากไม้ไผ่ 

      ส่วนที่ 2 ภาพถ่ายและภาพเขียนแสดงถึงชีวิตความเป็นอยู่ของเชลยสึกในการสร้างทางรถไฟโดยเป็นภาพเหตุการณ์สร้างทางรถไฟที่ถ่ายไว้ในโดยคุณบุญผ่อง Siri เวชภัณฑ์และช่วยสึกในสมัยนั้นส่วนภาพเขียนเป็นภาพที่เขียนโดยเชลยศึกจากเหตุการณ์จริงแต่นำมาเขียนใหม่

      ส่วนที่ 3 เครื่องใช้ไม้สอยของช่วยสึกที่นำมาและอาหารและผลไม้กับคนไทยเมื่อขาดแคนได้รับมอบจากผู้มีจิตศรัทธานอกนั้นยังมีอาวุธปืนระเบิดและอุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆ เช่น หมวก รองเท้า ช้อนส้อม มีด หากใครสนใจต้องการเดินทางไปเยี่ยมชมอนุสรณ์แห่งความทรงจำอันแสนเจ็บปวดนี้เชื่อว่าการเดินทางเข้าไปภายในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้นับตั้งแต่เอาแรกคงจะทำให้หลายท่านได้รับความรู้สึกที่ไม่อาจบรรยายได้เมื่อได้สัมผัสกับริ้วรอยความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของโลกที่ถูกเก็บรวมไว้ในสถานที่แห่งนี้

 

 

ขอขอบคุณ  UFABET เว็บตรง  ที่ให้การสนับสนุน

ผีไทย ทำไมถึงชอบรำโชว์

ในบรรดาผีของชาติต่างๆ ผีไทยช่างน่ากลัวไม่แพ้ชาติใดในโลก ทั้งใบหน้าและคอสตูมแบบไทยๆยิ่งทำให้หลอนมากขึ้นไปอีก มีหลายคนชอบเจอผีไทยในลุคห่มสไบและรำไทยประกอบความน่ากลัว แต่คุณเคยสงสัยกันไหมว่า “ทำไมผีไทยถึงชอบรำโชว์เมื่อปรากฏกายให้มนุษย์เห็น”

 

คงไม่มีใครตอบได้ว่า เหตุผลคืออะไร แต่เนื่องด้วยรำไทยหรือนาฏศิลป์ไทยถือเป็นมรดกและเอกลักษณ์ของชาติที่มีมาตั้งแต่โบราณ ดังนั้นเรื่องราวของผีไทยก็คงจะผูกโยงไปกับรำไทยที่เป็นตัวตนที่แท้จริงของคนไทย อย่ารอช้าลองมาสัมผัสกับรำไทยว่ามีความน่าสนใจอย่างไร

 

ที่มาของนาฏศิลป์ไทยสันนิษฐานว่ากำเนิดมาพร้อมกับชนชาติไทยเพราะการแสดงเหล่านี้สะท้อนและบ่งบอกถึงวิถีชีวิต สังคม ความเป็นอยู่ รวมไปถึงความเป็นตัวตนของคนไทยไล่มาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน นาฏศิลป์ไม่ได้หมายถึงการรำเพียงอย่างเดียวแต่รวมถึงการร้อง รำ และทำเพลงควบคู่กันไป

 

นาฏศิลป์ไทยมีองค์ประกอบที่หลากหลาย กว่าจะออกมาเป็นการแสดงในแต่ละครั้งจะต้องจัดแจงทุกอย่างมากพอสมควร เริ่มด้วยการฟ้อนรำซึ่งเป็นท่าทางที่คนสร้างขึ้นมาให้แสดงตามบทบาทของแต่ละตัวละคร ต่อมาคือจังหวะ ซึ่งมีอยู่ในตัวของแต่ละคน ใช้ในการฝึกพื้นฐานการรำ ส่วนเนื้อร้องและทำนองก็เป็นบทที่ให้นางรำแสดงบทบาทตามได้เพื่อให้คนเข้าใจ การแต่งกายจะเป็นสิ่งที่บอกถึงยศฐาบรรดาศักดิ์ของแต่ละตัวละคร การแต่งกายถือเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวละคร ในแต่ละชาติก็อาจจะรังสรรค์ชุดแต่งกายที่ต่างกันออกไป ส่วนการแต่งหน้าใช้บ่งบอกเอกลักษณ์ของแต่ละตัวละคร แต่งให้หนุ่ม ให้แก่ ได้ตามคาแรคเตอร์ ส่วนต่อมาคือเครื่องดนตรีที่บรรเลงประกอบการแสดง ถือเป็นองค์ประกอบหลักที่ทำให้การแสดงสมบูรณ์ซึ่งตัวนักแสดงจะต้องรำและเคลื่อนไหวตามเนื้อร้องและทำนองเพลง องค์ประกอบสุดท้ายคืออุปกรณ์ประกอบการแสดง อาทิเช่นร่ม หรือพัดที่จะนำมาใช้ประกอบเพื่อให้การแสดงดูสมจริงและเห็นภาพมากยิ่งขึ้น

 

ทุกท่านครับ การแสดงนาฏศิลป์ไทยเป็นมรดกที่เชิดหน้าชูตราของประเทศไทยควรอนุรักษ์และต่อยอดเพื่อให้ลูกหลานได้เห็นและชมความสวยงามของการแสดงต่างๆเหล่านี้ อีกอย่างเอกลักษณ์นี้ยังเป็นที่กล่าวขานกันเป็นวงกว้างทั่วโลก ชาวต่างชาติล้วนอยากมาดูรำไทยและนาฏศิลป์ไทย อย่าปล่อยให้วัฒนธรรมดีๆแบบนี้หายไปกับอดีตหรือปล่อยให้ผีมารำโชว์เพียงอย่างเดียว 

 

ร่องรอยประวัติประวัติศาสตร์

ร่องรอยอาณาจักรของเขมรโบราณในทางภาคอีสานของประเทศไทยพุทธศตวรรษที่12 18อาณาจักรเขมรโบราณเป็นอาณาจักรหนึ่งที่ยิ่งใหญ่ของเอเชียตะวันออกฉียงใต้มีอาณาเขตตั้งแต่บริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงในประเทศเวียดนามตอนใต้ของประเทศลาวและบริเวณดินแดนของประเทศไทยในปัจจุบันโดยสามาถแบ่งเป็นช่วงเวลาใหญ่ๆคืออาณาจักรเขมรสมัยก่อนเมืองพระนครพุทธศตวรรษที่12 14และอาณาจักรเขมรสมัยเมืองพระนครพุทธศตวรรษที่15 18สำหรับบริเวณภาคอีสานของประเทศไทย

 

มีการค้นพบหลักฐานมากมายที่แสดงให้เห็นถึงการขยายการเข้ามาของเขมรโบราณไม่ว่าจะเป็น หลักฐานลายลักษณ์อักษร และ หลักฐานที่ไม่เป็นลายลักษณ์อักษร เช่นศิลาจารึก โบราณสถาน โบราณวัตถุ และ ภาพถ่ายทางอากาศหลักฐานเหล่านี้ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของภาคอีสานในเวลาตอนมา ภาคอีสานตั้งอยู่บริเวณที่ลาบสูงโคราชซึ่งมีลักษณะเป็นแอ่งกะทะขนาดใหญ่ล้อมรอบด้วยภูเขาเพชรบูรณ์และพญาเย็นของทางด้านทิศตะวันตกต่อด้วยเทือกเขากำแพงทางด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้กั้นระหว่าง ภาคเหนือ ภาคกลาง และ ภาคตะวันออก และทางด้านทิศใต้มีเทือกเขาพนมกั้นระหว่างประเทศกัมพูชา ส่วนทิศเหนือ และ ทิศตะวันออกมีแม่น้ำโขงเป็นพรมแดนกั้นระหว่างดินแดนของประเทศลาว

 

ที่ลาบสูงโคราชประกอบด้วยแอ่งโคราชและแอ่งสกลนครแอ่งโคราชอยู่ทางตอนล้างมีขนาดใหญ่กว่าแอ่งสกลนครแอ่งโคราชมีแม่น้ำสำคัญอยู่สองสายคือ แม่น้ำมูล และ แม่น้ำชี ส่วนแอ่งสกลนคร อยู่ทางตอนบนมีขนาดเล็กกว่าแอ่งโคราชมีแม่น้ำสำคัญคือ แม่น้ำโขง และ แม่น้ำสงคราม มีเทือกเขาภูพานเป็นประการทางธรรมชาติกั้นระหว่างสองแอ่งเนื่องด้วยทางลักษณะภูมิศาสตร์บริเวณทางภาคอีสานที่เป็นแอ่งกะทะล้อมรอบเทือกเขาต่างๆอันเป็นต้นกำเนิดแม่น้ำหลายสายและยังเหมาะสมแก่การตั้งถิ่นฐานของมนุษย์มาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ร่วมถึงเป็นแหล่งทรัพยากรทางธรรมชาติที่มีความสมบูรณ์เช่น ทองแดง ดีบุม ทองคำสัตว์ป่า

 

นอกจากนี้บริเวณเทือกเขาพนมดงเร็กมีช่องเขาสำคัญหลายแห่งคือ ช่องโอบก ช่องตาเมือน ช่องจอม ช่องสะงำ และช่องอ้านมา ช่องเขาต่างๆเหล่านี้ถูกใช้เป็นเส้นทางการติดต่อกันระหว่างดินแดนที่ลาบทะเลสาบเขมรกับพื้นที่ภาคอีสานของประเทศไทยเนื่องด้วยความไกล้ชิดทางภูมิศาสตร์นี้เองเป็นสาเหตุให้พื้นที่ทางภาคอีสานปรากฏร่องรอยหลักฐานที่เกี่ยวกับอาณาจักรเขมรโบราณมากที่สุดในดินแดนประเทศไทย

 

หลักฐานประเภทลายลักษณ์อักษรประกอบด้วย จารึกสมัยก่อนเมืองพระนครพุทธศตวรรษที่12 14 และ จารึกสมัยเมืองพระนครพุทธศตวรรษที่15 18 ภาคอีสานได้ปรากฏร่องรอยหลักฐานที่แสดงให้เห็นถึงการขยายอิทธิพลของกษัตริย์เขมรสมัยก่อนเมืองพระนครคือ จารึกของพระเจ้าจิตรเสน หรือ พระเจ้ามเหนทรวรมัน พระองค์ทรงเป็นกษัตริย์เจนละซึ่งมีศูนย์กลางการปกครองในบริเวณวัดพูแขวงจำปาสักประเทศลาวในปัจจุบันสาเหตุการขยายอำนาจเข้ามาของพระเจ้ามเหนทรวรมัน ในพื้นที่ทางภาคอีสานเกิดจากการเปลี่ยนศูนย์กลางในการปกครองแห่งใหม่

 

ของโบราณคดีที่ได้ถูกการค้นพบ

สำหรับในการค้นพบในเรื่องราวต่างๆที่ได้ค้นพบจากนักโบราณคดีที่ได้เจอหรือมันอาจจะเป็นการเจอโดยบังเอิญซึ่งในสิ่งที่ได้เจอมานั้นก็ยังไม่มีใครนั้นอยากจะเชื่อในสิ่งที่เห็นสักเท่าไรเพราะว่าบางที่ของหลายอย่างเหล่านี้ที่ได้มีการถูกค้นพบมานั้นมันจะมีอายุเท่าไรและของแต่ละชนิดที่นักโบราณนั้นได้เจอจะมีความหมายอย่างไรกับของโบราณที่ได้เจอ บางอันก็ได้ค้นพบเจอในที่แปลกที่มันนั้นไม่สมควรจะอยู่อย่างที่ได้มีการเจอศพอยู่ในต้นไม้

สุสานจักรพรรดิฟิลิปเดอะอาหลับ 

มื่อได้พุดถึงเรื่องจักรพรรโรมันหลายคนก็คงจะนึกถึงความยิ่งใหญ่อลังการงานสร้างของผู้คนในยุคนั้นเป็นที่แน่และในสถานที่ฝั่งศพหรือว่าสุสานของคนที่ได้ตายไปแล้วก็ย้อมเป็นสิ่งหนึ่งที่มันจะต้องยิ่งใหญ่มากที่สุดให้กับสมศักดิ์ศรีให้กับความเป็นชาวโรมันเป็นผู้ที่มีอารยที่รุ่งเรืองสุดขีดและซึ่งสุสานโบราณแห่งนี้ที่ได้ถูกค้นพบล่าสุดนี้ถูกค้นพบที่เนินประเทศบัลแกเรียนอกจากที่มันจะมีขนาดที่ใหญ่ยักษ์แล้วนักโบราณคดียังได้ค้นพบอุโมงยาวกว่า40เมตรซึ่งได้ยาวออกไปทางทิตตะวันออกเฉียงใต้ของตัวสุสานคาดว่ามันน่าจะเป็นอุโมงที่พวกออกหาสมบัติที่ได้ขุดเอาไว้เมือศตวรรษที่15แต่ในการลักรอบเข้ามาเอาสมบัตินั้นถูกท่ามันจะไม่สำเร็จเพราะมันยังมีเหรียญและเครื่องปั้นดินเผาในสมัยในปี200หลงเหลืออยู่ภายในสุสานอีกด้วยหลังจากที่มีการคาดคะเนของอายุสุสานโครงสร้างโดยรวมและกระบวยการในการสร้างที่จะต้องใช้ทรัพยากรสูงเอามากๆจึงเชื่อว่าที่นี้นั้นเป็นสุสานของจักรพรรดิฟิลิปเดอะอาหลับจักรพรรดิองค์ที่ 33 แห่งจักรวรรดิโรมันอย่างแน่นอนเพราะซึ่งโดยคนธรรมดาจะไม่มีแรงและทรัพยากรมากพอที่จะสามารถสร้างอะไรแบบนี้ได้แน่นๆ

โลงศพต้นไม้

ไม่ว่าใครก็ไม่อยากเจอศพด้วยกันทั้งนั้นใช่ไหมล่ะแต่วันดีคืนดีได้เกิดไปเจอศพหญิงสาวอายุหลายพันปีถูกฝังเอาไว้ในเปลือกไม้เหมือนกับกรณีเอลิซ่าเอมี่ขึ้นมาล่ะจะเป็นยังไงกันและแน่นอนว่าคนงานเหล่านี้ก็คงจะคิดเหมือนกันแหล่ะและใครจะรู้ล่ะว่าขุดดินนำเอามาสร้างของใช้ต่างๆอยู่ดีๆจะเดินเข้าไปสะดุดเข้ากับหญิงสาวชาวเซติกอายุกว่า3000ปีฝังอยู่ในซากต้นไม้เข้าละสิพอได้เปิดออกมาเท่านั้นก็จะต้องตกตลึ่งกับสิ่งที่ได้เห็นอยู่ข้างหน้าเพราะเสื้อขนสัตว์และหนังแกะที่เธอนั้นสวมใส่เอาไว้ยังมีสีสันสดใสเหมือนใหม่ในส่วนของที่ตามร่างกายนั้นก็ยังได้สวมเครื่องประดับไปด้วยทองแดงอำพันธุ์และลูกปักแก้วเอาไว้ด้วยเชื่อว่าเป็นคนที่มีชั้นสูง