กฎเหล็กที่คนโบราณห้ามมาตั้งแต่เด็ก

ถ้าพูดถึงความเชื่อทุกคนก็ต้องมีความเชื่อส่วนบุคคลการทำงานโดยเฉพาะคนในยุคสมัยก่อนจะมีความเชื่อมากมายเพื่อตักเตือนเด็กหลายๆคนวันนี้เราจะมาเล่าถึงความเชื่อต่างๆที่คนโบราณเชื่อกันและนอกจากนั้นวันนี้เราจะมาเล่าถึงเหตุผลว่าทำไมคนโบราณจึงได้ตักเตือนเราไว้แบบนั้นค่ะและวันนี้เราจะมาดูกันเลยค่ะ

1.ห้ามนำควายหรือวัวเข้าไปในวัดหรือบริเวณวัด  คนโบราณว่ากันไว้ว่าถ้าเกิดว่าใครนำวัวหรือควายเข้าไปอยู่ในวัดหรืออยู่ใกล้ๆของบริเวณวัดนั้นจะทำให้คนที่เลี้ยงวัวนั้นหรือควายนั้นตายไปแล้วจะกลายเป็นเปรตมีบาปติดตัวและวิญญาณจะไม่ไปผุดไปเกิดจะทำให้กลายเป็นเปรตคอยเฝ้าอยู่บริเวณวัดทุกวัน นอกจากนั้นชาโบราณยังบอกว่าอีกว่าแม้จะเป็นเพียงใบไม้จากต้นไม้ในวัดก็ไม่สามารถที่จะนำออกไปได้เนื่องจากของทุกอย่างในวัดนั้นเป็นของที่ศักดิ์สิทธิ์มากแล้วว่าจะเป็นดินดอกไม้หรือใบไม้ก็เป็นของศักดิ์สิทธิ์ทั้งนั้นดังนั้นควรจะไม่นำออกไปจากที่ควรจะวางไว้เป็นแบบนั้นตลอดไปดังนั้นของที่ศักดิ์สิทธิ์ก็ไม่ควรจะอยู่ใกล้ๆกับพวกวัวหรือควายถึงแม้ว่าผู้กองหรือควายนั้น

จะไม่ได้เป็นสิ่งอัปมงคลแต่ก็ไม่ควรนำเข้ามาในวัดเพราะในวัดเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่จะมีแค่คนเท่านั้นที่สามารถเข้ามาได้จำนวนคนโบราณถึงได้ห้ามกันเอาไว้  ซึ่งถ้าถามถึงเหตุผลว่าทำไมคนโบราณถึงไม่ให้นำหรือควายเข้าไปในบริเวณวัดหรือเข้าไปในตัววัดนั้นเหตุผลที่แท้รักจริงเลยก็คือจากวัดมีลักษณะที่ตัวใหญ่ดังนั้นถ้ามันเกี่ยวอะไรเข้านิดเดียวของก็จะสามารถทำได้

ดังนั้นจึงไม่สามารถที่จะให้วัวหรือควายหรือแม้แต่สัตว์สามารถเข้าไปในวัดได้และนอกจากนั้นที่ของควายหรือวัวหรือแม้แต่สัตว์ทุกตัวก็ยังมีกลิ่นเหม็นที่จะส่งผลไปรบกวนผู้ที่มาปฏิบัติธรรมที่วัดดังนั้นจึงไม่ควรที่จะนำวัวหรือควายเข้าไปหรือจะนำสิ่งของออกไปก็ไม่ควรเพราะจะเป็นบาปหนักแต่สมมุติว่าถ้าเกิดว่าที่วัดมีหญ้าเยอะมากขึ้นรกหนาเราก็สามารถที่จะขอพระเจ้าอาวาสหรือเณรที่นั่นถ้าเกิดว่าท่านอนุญาตก็สามารถที่จะตัดหญ้าหรือนำสิ่งของไปให้ควายหรือนำไปใช้ได้นั่นเองค่ะแต่ถ้าให้ดีเลยไม่ควรที่จะนำสัตว์เลี้ยงอะไรก็แล้วแต่เข้าไปไว้ในวัดหรือบริเวณวัดค่ะ 

2.ห้ามล้างมือในอ่างเดียวกัน  คนโบราณมีความเชื่ออยู่ว่ามีคนสองคนล้างมือในอ่างเดียวกันแล้วมือเดินไปถูกกันเข้าว่ากันว่ามิตรภาพของทั้งสองคนที่เคยมีกันมาจะมา LINE หายไปแล้วทั้งสองคนจะกลายเป็นศัตรูกันค่ะ ซึ่งก็หมายถึงว่าสมมุติว่าเรากำลังล้างมืออยู่และมีอีกคนที่ต้องการจะล้างมืออยู่พอดีแต่อีกคนก็จำเป็นที่จะต้องรอนะคะเพราะถ้าเกิดว่าเราล้างมือในอ่างเดียวกัน

เนื่องจากจะเป็นการแย่งน้ำกันใช้แล้วเมื่อโดนกันคนโบราณเชื่อกันว่าจะทำให้มิตรภาพและความรักใคร่ปรองดองที่เคยมีด้วยกันแค่สะสมมาตลอดเวลาจะหายไปทันทีความทรงจำเกี่ยวกับเรื่องดีๆจะหายไปและหลังจากนั้นเรื่องร้ายๆก็จะผุดขึ้นมาในหัวของเราดังนั้นคนโบราณจึงได้สร้างความเชื่อนี้ขึ้นมาซึ่งว่ากันว่าเรื่องนี้ไม่ได้มีเหตุผลใดแอบแฝงอยู่เลยแต่เป็นมาจากความเชื่อของคนโบราณมารับตั้งนานแล้วล้วนๆ 

และนี่ก็คือกฎเหล็กที่คนโบราณเชื่อกันเป็นอย่างมากใช้วิจารณญาณในการอ่านด้วยนะคะ 

 

 

 

สนับสนุนโดย  คาสิโนออนไลน์ไม่ต้องโหลด

เหยื่อลูกตำรวจคุณตาวัย 92 ปีเสียชีวิตแล้วหลังที่ถูกผักล้มลงหัวฟาดพื้น

         หากยังจำเหตุการณ์กันได้ก่อนหน้านี้มีข่าวเกิดขึ้นเมื่อประมาณวันที่ 15 เดือนเมษายนปีพศ 2563 ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนั้นมีภาพเผยแพร่จากกล้องวงจรปิดออกมาเกี่ยวกับเรื่องของคุณตาวัย 92 ปีคนหนึ่งซึ่งมาซื้อของที่ตลาดโดยขับรถมาคนเดียวในระหว่างที่มีการซื้อของเสร็จแล้วคุณตากำลังถอยรถเพื่อเดินทางกลับไปบ้านพักปรากฏว่ามีรถกระบะคันหนึ่งจอดขวางทางคนตาไว้ทำให้คุณตาถอยรถค่อนข้างลำบากซึ่งในคลิปจะเห็นได้ว่ารถตาถอยไปกระแทกโดนคอนโซลหน้ารถของชายวัยรุ่นคนหนึ่งจนเป็นเหตุให้ชายวัยรุ่นคนดังกล่าว

ลงมาพูดคุยเจรจาตกลงกับคุณตาและก็มีเหตุการณ์ที่ชายคนนั้นทำการพักหน้าคุณตา 1 ครั้งส่งผลให้คุณตาล้มลงหัวกระแทกพื้นจนเลือดออกเต็มถนนแต่ชายวัยรุ่นคนดังกล่าวกับเลือกที่จะขับรถหนีจากไปโดยไม่พาคุณตาส่งโรงพยาบาลจนต้องให้ชาวบ้านแถวนั้นมาช่วยพาคุณตาวัย 92 ปีส่งโรงพยาบาลซึ่งสังกัดเรื่องดังกล่าวเผยแพร่ออกมาเป็นข่าวใหญ่โตแล้วก็เงียบหายไปโดยวันนี้มีการรายงานข่าวอัพเดทเข้ามาว่าคุณตาวัย 9-12 ปี

ที่ประสบอุบัติเหตุโดนผลักล้มหัวฟาดพื้นนั้นปัจจุบันเสียชีวิตเรียบร้อยแล้วตื่นตั้งแต่คุณตาเข้าโรงพยาบาลตั้งแต่วันที่ 15 เดือนเมษายนจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่เคยได้ออกจากโรงพยาบาลเลยเพราะต้องผ่าตัดสมองและอยู่ในห้อง ICU ตลอดจนวันนี้ทางโรงพยาบาลได้แจ้งว่าคุณตาวัย 92 ปีที่ชื่อว่านายบัญชา ดิษฐาพรได้เสียชีวิตลงอย่างสงบโดยญาตินำไปบำเพ็ญกุศลที่วัดเรียบร้อยแล้ว

ซึ่งจากข่าวนี้ทำให้มีการสืบต่อกันว่าวัยรุ่นที่ก่อเหตุดังกล่าวชื่อว่านาย นันท์มนัสซึ่งเขามีอายุ 28 ปีโดยมีรายงานข่าวแจ้งเข้ามาว่าเขาเป็นลูกชายของตำรวจคนหนึ่งในพื้นที่เมื่อเจ้าหน้าที่ติดตามข่าวพบว่าในขณะนี้ตัวนายนันท์มนัสเองนั้นถูกจับกุมตัวเข้าเดินทางเรียบร้อยแล้วหลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางไปแจ้งแก่นายมนัสว่าคุณตาวัย 92 ปีที่ถูกนายนายมนัสผักจนล้มนั้นเสียชีวิตซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้ญาติของคุณตาวัย 92 ปีจะมีการติดต่อแจ้งเรื่องให้ทางเจ้าหน้าที่เอาเรื่องให้ถึงที่สุดเพราะเป็นสาเหตุทำให้คุณตาเสียชีวิตในเวลาต่อมา 

 

           เหตุการณ์ในครั้งนี้คงไม่รุนแรงเป็นข่าวใหญ่โตถ้าหากว่านายนันท์มนัสไม่อารมณ์รุนแรงต่อเรื่องพระคุณตาวัย 92 ปีซึ่งเราต่างก็รู้กันดีว่าการที่คุณตาถอยรถมาชนนายนายนันท์มนัสคุณตาเองก็มีส่วนผิดแต่ตัวนายมนัสเองนั้นผิดมากกว่าเพราะถ้าดูจากในคลิปจะเห็นว่าคุณตากำลังถอยรถซึ่งจริงๆแล้วนายนันท์มนัสควรจะมีการถอยหลังเพื่อให้คุณตาได้ถอยรถได้สะดวกแต่เขากลับไม่ถอยและเมื่อคุณตาขับรถไปชนก็ควรจะมีการพูดคุยกันด้วยดีว่าอย่างไรเสีย

หลังจากที่เห็นอยู่แล้วว่าคุณตาอายุมากแล้วก็น่าจะพูดคุยกันดีๆหรือตกลงกันได้แต่กลับใช้อารมณ์รุนแรงผลักหน้าอกเป็นตาจนเป็นเหตุให้คุณตาล้มลงอีกทั้งยังขับรถหนีไปหลังจากที่ทำบุญอารมณ์จึงทำให้กระแสในโลกโซเชียลร้อนแรงจากการกระทำในครั้งนี้และส่งผลให้คุณตาเสียชีวิตจากเหตุการณ์อารมณ์ร้อนของเขาเอง

 

สนับสนุนโดย  Holiday Palace

 

ประวัติอิทธิฤทธิ์ความศักดิ์สิทธ์ของหลวงพ่อโสธร

        เชื่อว่าในตอนนี้คงไม่มีใครที่ไม่รู้จักหลวงพ่อโสธร  หลวงพ่อศักดิ์สิทธิ์ที่ทุกคนไม่ใช่เฉพาะคนในจังหวัดฉะเชิงเทราเท่านั้นที่ให้ความเคารพนับถือ ในทุกทุกวันจะมีผู้คนจากทั่วทุกสารทิศพากันเดินทางมากราบไหว้ขอพร และบางคนก็จะมาบนกับหลวงพ่อให้ได้ในสิ่งที่ตัวเองต้องการ ยิ่งในวันหยุดเสาร์และวันอาทิตย์ หรือแม้แต่วันหยุดนักขัตฤกษ์นั้นจะมีคนเดินทางมากราบไหว้หลวงพ่อโสธรกันอย่างคับคั่ง จนแทบจะไม่มีที่เดินเลย เนื่องจากทุกคนที่เดินทางมากราบไหว้หลวงพ่อโสธรต่างก็เชื่อมันและศัทธาในความศักดิ์สิทธิ์ขององค์ท่าน

เนื่องจากหลวงพ่อโสธรเป็นพระพุทธรูปเก่าแก่ ที่มีประวัติมาตั้งแต่ก่อนสมัยกรุงศรีอยุธยาเสียอีก และยิ่งมีเรื่องเล่าขานเกี่ยวกับความศักดิ์สิทธิ์ต่อต่อกันมาผู้คนก็ยิ่งให้เคารพนับถือ และถึงแม้ในปัจจุบันเองก็ตามหากใครมีปัญหาที่อยากให้หลวงพ่อโสธรช่วยเหลือก็มักจะพากันมาบน และเมื่อสมหวังแล้วก็จะแก้บนด้วยไข่ต้มหรือให้นางรำที่มีอยู่ตรงด้านหน้าศาลาของหลวงพ่อโสธร ทำการรำถวายแก้บน และทุกครั้งที่มีชาวบ้านมาขอพึ่งบุญบารมีให้หลวงพ่อโสธร ช่วยก็มักจะสมหวังทุกรายไป จนหลวงพ่อโสธรเป็นที่กล่าวขานถึงความศักดิ์สิทธิ์มาจนถึงปัจจุบัน

               สำหรับประวัติความศักดิ์สิทธิ์ของ หลวงพ่อโสธร นั้นมีมากมายนัก เริ่มตั้งแต่ตอนที่หลวงพ่อโสธรลอยตามน้ำมากับแม่น้ำเจ้าพระยา และเมื่อลอยเลยผ่านแม่น้ำบางปะกงไปแล้ว  พระพุทธรูปหลวงพ่อโสธรก็ยังสามารถลอยวนทวนน้ำมายังแม่น้ำบางปะกงและมาหยุดลงตรงที่หน้าวัดเสาธงทอนได้ ทั้งที่มีวัดมากมายหลายที่ที่หลวงพ่อโสธรท่านได้ลอยผ่านมาและมีหลายครั้งที่ชาวบ้านได้เห็นพระพุทธรูปหลวงพ่อโสธรลอยอยู่ในน้ำแล้วอยากจะอัญเชิญท่านขึ้นมาบนฝั่ง

แต่ก็เหมือนมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทำให้ไม่สามารถนำท่านขั้นมาบนฝั่งได้ และเมื่อได้มาประดิษฐานอยู่ในโบสถ์ของวัดเสาธงทอนแล้ว หลวงพ่อโสธรก็ยังมีการแสดงปาฏิหาริย์อีกหลายครั้งให้ชาวบ้านได้เห็น ไม่ว่าจะเป็นเสียงสวดมนต์ในโบสถ์ที่มีหลวงพ่อโสธรประดิษฐานอยู่แต่มาดูแล้วไม่พบว่ามีคนอยู่ในโบสถ์มีเสียงสวดมนต์เท่านั้น หรือแม้แต่การท่านแปลงกายเป็นพระภิกษุสงฆ์ที่ชราภาพมายืนอยู่หน้าโบสถ์เมื่อมีคนเดินมาเห็นท่านก็เดินผ่านเข้าไปในโบสถ์แล้วหายเข้าไปในพระพุทธหลวงพ่อโสธร หรือยังมีความศักดิ์สิทธิ์เกี่ยวกับการที่มีชาวบ้านป่วยด้วยโรคระบาดแล้วมาขอให้ท่านช่วยหลังจากกินน้ำมัน + ขี้ธูปและดอกไม้แห้งที่นำมาไหว้ท่านเอาไปต้มกินและอาบก็หายจากโรคระบาด ยังมีปาฏิหาริย์อีกมากที่ยังคงเป็นเรื่องเล่าสืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน

 

สนับสนุนโดย  คาสิโนออนไลน์ฝากขั้นต่ำ 100