ตำนานการสร้างปราสาททัชมาฮาล

      ปราสาททัชมาฮาลถือว่าเป็นปราสาทที่มีความสวยงามและยังถูกจัดอันดับให้เป็นสิ่งมหัศจรรย์ 1 ใน 7 ของโลกซึ่งนักท่องเที่ยวหลายๆคนต่างไปฟันที่จะมีโอกาสได้ไปเที่ยวปราสาททัชมาฮาลสักครั้งหนึ่งในชีวิตเนื่องจากว่าที่ปราสาทแห่งนี้มีตำนานเล่าขานเกี่ยวกับความรักขององค์กษัตริย์ที่มีการสร้างปราสาทนี้ขึ้นมาเพื่อมอบให้กับราชินีซึ่งเป็นที่รักของพระองค์สำหรับประสาททัสมาฮาร์นนี้ถูกสร้างขึ้นที่ประเทศอินเดียอยู่ในพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์สวยงามติดอยู่กับริมแม่น้ำ

โดยมีเรื่องเล่าถึงการสร้างปราสาททัชมาฮาลมีว่าในสมัยพระมหากษัตริย์องค์ที่ 5 ซึ่งในขณะนั้นปกครองภายใต้ราชวงศ์โมเลกุลโดยภายใต้การปกครองของกษัตริย์ที่ชื่อว่า ชาห์ญะฮาน ซึ่งมีเรื่องเล่าถึงความรักที่พระองค์นั้นมีต่อพระมเหสีของพระองค์นั้นก็คือ    พระนางมุมตาซ มะฮัล โดยเรื่องเล่านี้เกิดขึ้นเมื่อสมัยที่กษัตริย์ชาห์ญะฮาน  ได้ขึ้นครองราชย์แล้วได้พบรักกับลูกสาวของเสนาบดีผู้หนึ่ง

ซึ่งพระองค์ใช้ระยะเวลาในการคบหาดูใจกับพระมเหสีก่อนที่จะมีการจัดงานอภิเษกสมรสกันนานถึง 5 ปีและหลังจากที่มีการอภิเษกสมรสกับพระองค์ก็อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขได้มามีลูกทั้งหมดด้วยกัน 13 คนและกำลังท้องลูกคนที่ 14 ซึ่งในวันที่คลอดลูกคนที่ 14 นั้นพระราชินีได้ปวดท้องอย่างรุนแรงและมีอาการตกเลือดหลังจากที่คลอดทารกน้อยออกมาแล้วพระราชินีก็เซ็นประชาชนทำให้พระมหากษัตริย์ชาห์ญะฮาน ทรงเสียพระทัยมากจึงได้มีการทรงสร้างประสาททัชมาฮาลขึ้นมา

โดยหวังว่าจะเป็นที่เก็บพระศพของพระราชินีซึ่งพระองค์ใช้เงินจำนวนมากในการลงทุนสร้างปราสาททัชมาฮาลในครั้งนี้โดยประสาททัชมาฮาลนั้นพระองค์มีการสร้างเป็นสีขาวทั้งหลังและใช้เพชรพลอยมาประดับประสาทหลังจากนั้นก็นำร่างพระราชินีมาประทับไว้ที่ปราสาทแห่งนี้และพระองค์ก็มาเฝ้ามาพูดคุยอยู่กับพระศพของพระราชินีและพระองค์ยังมีวางแผนว่าจะมีการสร้างปราสาทอีกที่หนึ่ง

ซึ่งเป็นประสาทสีดำเลยจะสร้างอยู่ฝั่งตรงข้ามกับปราสาทสีขาวของทัชมาฮาลซึ่งเมื่อลูกชายของพระองค์ทรงทราบเรื่องเข้าจึงได้ก่อการกบฏขึ้นเพื่อยึดครองบัลลังก์หลังจากนั้นก็จะพระองค์นั้นไปตั้งไว้ตรงข้ามกับประสาททัชมาฮาลซึ่งพระองค์ต้องอยู่ที่นั่นนานถึง 8 ปีหลังจากนั้นจึงสิ้นพระชนม์เมื่อชาห์ญะฮาน สิ้นพระชนม์แล้วลูกชายที่ขึ้นครองราชย์แทนก็ได้นำร่างของพระองค์นั้นไปไว้ที่ปราสาททัชมาฮาลเคียงคู่กับพระราชินีและนี่คือตำนานที่เป็นเรื่องเล่าของความรักและเป็นที่มาของการสร้างปราสาททัชมาฮาลนั่นเอง

 

 

สนับสนุนโดย  Ufabet ฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ

ซากสงครามและความเจ็บปวด

     ก่อนที่จะบุกโปแลนด์นั้นกองกำลังเยอรมันข้ามผมแดนทางตะวันออกบุกเข้ายึดเช็กโกสโลว่าเกีย ต่อมากองกำลังเยอรมันบุกยึดเมืองท่าเมเมลของลิทัวเนียบนชายฝั่งทะเลบอลติกและเรียกร้องหยุดของโปแลนด์และดานชิก เมื่อมีการรุกรานของอธิปไตยในประเทศต่างๆในยุโรป อังกฤษและฝรั่งเศสเห็นความจำเป็นต้องชักชวนละเสียเค้าเป็นพวกเพื่อการถ่วงดุลอำนาจทางยุโรปแต่ทางด้านเยอรมันนีเกรงว่าจะถูกโจมตีทั้งสองด้านเพราะเยอรมันนีอยู่ระหว่างรัสเซียและฝรั่งเศสเยอรมนีถึงรีบดำเนินการทางการทูตกับรัสเซียตัดหน้าอังกฤษและฝรั่งเศสเป็นผลให้เยอรมนีรัสเซียร่วมลงนามในข้อตกลงไม่ลูกหลานกันขนาพันธมิตรรุกรานประเทศอื่น

      ต่อมาในวันที่ 1 กันยายนค.ศ. 1939 กองกำลังเยอรมันข้ามผมแดนตะวันออกบุกโจมตีรุกรานดินแดนทางด้านตะวันตกของโปแลนด์อย่างรวดเร็วถือเป็นการเริ่มสงครามโลกครั้งที่สอง จังหวัดกาญจนบุรีซึ่งตั้งอยู่ในแนวยุทธศาสตร์จึงได้รับผลกระทบจากสงครามในครั้งนั้นและทำให้สถานที่หลายแห่งกลายเป็นสถานที่แห่งประวัติศาสตร์ทางการรบ ซึ่งแม้ในปัจจุบันก็ยังคงหลงเหลือร่องรอยและกลิ่นอายแห่งสงครามให้เห็นอยู่โดยเฉพาะพิพิธภัณฑ์สงครามอักษะและเชลยศึก ที่จัดตั้งขึ้นโดยเจ้าคุณพระเทพปัญญาสุธีเจ้าอาวาสวัดไชยชุมพลชนะสงครามและเจ้าคณะจังหวัดกาญจนบุรี หากใครเคยมีโอกาสได้เข้าไปเยี่ยมชมและศึกษาจะสัมผัสได้ถึงความรุนแรงและความโหดร้ายจากพิษภัยของสงครามได้เป็นอย่างดีภายในพิพิธภัณฑ์มีการจัดการแสดงสามส่วน ประกอบด้วย 

      ส่วนที่ 1 อาคารจำลองที่พักเชลยศึกในการระหว่างการสร้างทางรถไฟ  เป็นอาคารไม้ไผ่หลังคามุงจากฝาขัดแตะด้วยไม้รวกด้านไหนยกพื้นขึ้นฝ้าด้วยฟากไม้ไผ่ 

      ส่วนที่ 2 ภาพถ่ายและภาพเขียนแสดงถึงชีวิตความเป็นอยู่ของเชลยสึกในการสร้างทางรถไฟโดยเป็นภาพเหตุการณ์สร้างทางรถไฟที่ถ่ายไว้ในโดยคุณบุญผ่อง Siri เวชภัณฑ์และช่วยสึกในสมัยนั้นส่วนภาพเขียนเป็นภาพที่เขียนโดยเชลยศึกจากเหตุการณ์จริงแต่นำมาเขียนใหม่

      ส่วนที่ 3 เครื่องใช้ไม้สอยของช่วยสึกที่นำมาและอาหารและผลไม้กับคนไทยเมื่อขาดแคนได้รับมอบจากผู้มีจิตศรัทธานอกนั้นยังมีอาวุธปืนระเบิดและอุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆ เช่น หมวก รองเท้า ช้อนส้อม มีด หากใครสนใจต้องการเดินทางไปเยี่ยมชมอนุสรณ์แห่งความทรงจำอันแสนเจ็บปวดนี้เชื่อว่าการเดินทางเข้าไปภายในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้นับตั้งแต่เอาแรกคงจะทำให้หลายท่านได้รับความรู้สึกที่ไม่อาจบรรยายได้เมื่อได้สัมผัสกับริ้วรอยความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของโลกที่ถูกเก็บรวมไว้ในสถานที่แห่งนี้

 

 

ขอขอบคุณ  UFABET เว็บตรง  ที่ให้การสนับสนุน

ความเชื่อที่คนโบราณมักจะเชื่อกัน

 

   อย่าเหยียบธรณีประตู คนโบราณได้กล่าวไว้ว่าเวลาไปวัดหรือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ต่างๆถ้าเห็นธรณีประตูให้เดินข้ามอยากให้เท้าโดนเด็ดขาด เพราะเชื่อกันว่าถ้าเกิดว่าเหยียบธรณีประตูจะทำให้ตัวเองถูกโบยหรือถูกทำร้ายจากผู้อื่นจนบาดเจ็บสาหัสและถูกรุมกระทืบเหมือนกับถูกเหยียบเหมือนกับที่เราเคยเหยียบธรณีประตู แต่ความเชื่อนี้ก็มีเหตุผลที่ผู้หลักผู้ใหญ่ได้กล่าวกับเราไว้เหตุผลก็คือผู้หลักผู้ใหญ่ต้องการให้เรามีสติเวลาเข้าวัดต้องสำรวม

ถ้าเกิดว่าไม่มีธรณีประตูบ้างที่เด็กๆก็จะวิ่งเล่นกันวิ่งไปวิ่งมาไม่สำรวมเวลาอยู่ในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ดังนั้นทางวัดจึงได้ทำการสร้างธรณีประตูขึ้นมาและสร้างความเชื่อนี้ขึ้นมาเพื่อที่เด็กๆจะได้กลัวและไม่กล้าวิ่งเล่นในวัดเพราะว่าจะเผลอนำเท้าไปโดนธรณีประตูดังนั้นที่วัดจึงเรียกได้ว่าเป็นที่เช่าไปแล้วจะต้องสำรวมมากที่สุดค่ะ คนที่กำลังตั้งครรภ์ห้ามไปดูสาวคนอื่นคลอดลูก 

คนโบราณมีความเชื่ออยู่ว่าถ้ามีหญิงที่ตั้งครรภ์กำลังจะคลอดลูกและคนที่ไปอยู่ในห้องนั้นด้วยเป็นหญิงตั้งครรภ์หญิงตั้งครรภ์ที่กำลังจะคลอดนั้นก็ไม่สามารถที่จะคลอดลูกได้ถึงแม้ว่าจะถึงเวลาที่คนจะคลอดลูกได้แล้วแต่ก็จะไม่สามารถแบ่งลูกออกได้เชื่อกันว่าเป็นเพราะว่ามีหญิงสาวที่ตั้งครรภ์คนอื่นอยู่แถวๆนั้นด้วยดังนั้นจึงไม่สามารถที่จะทำการแบ่งลูก แต่ถ้าถามถึงเหตุผลที่แท้จริงที่แท้จริงที่ผู้ใหญ่บอกกับเราอย่างนั้น

ก็เพราะว่ากลัวว่าถ้าเกิดว่าคนที่ท้องหรือตั้งครรภ์อยู่นั้นไปเห็นภาพตอนที่คนที่ท้องอีกคนกำลังเบ่งลูกจะทำให้กลัวและไม่กล้าที่จะคลอดลูกและอาจจะขวัญเสียได้จำนวนคนโบราณจึงสร้างความเชื่อนี้ขึ้นมาเพื่อให้คนที่กำลังตั้งครรภ์ไม่ไปดูการคลอดลูกของผู้หญิงอีกคนจะได้ไม่ควรเสียและไม่กล้าคลอดลูกนั่นเองค่ะ และนอกจากนั้นผู้หญิงที่ท้องนั้นก็ยังตั้งครรภ์อยู่การเดินทางในแต่ละครั้งเรียกได้ว่าลำบากมากดังนั้นความเชื่อนี้

จึงสร้างไว้เพื่อไม่ให้คนท้องไปดูผู้หญิงอีกคนคลอดลูกและนอกจากนั้นยังทำเพื่อไม่ให้ผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ต้องเดินทางให้ลำบากค่ะ และนอกจากนั้นในการเดินทางไปในแต่ละที่นั้นเรียกได้ว่าบางทีก็ไกลมากและถึงแม้ที่ที่จะไปนั้นจะอยู่ไม่ไกลจากตัวบ้านมากนักแต่คนที่กำลังท้องกำลังไซ้นั้นจะต้องนอนพักผ่อนเยอะเยอะเพื่อที่เวลาที่คลอดลูกนั้นจะได้มีแรงเบ่งเยอะเยอะและถ้าแม่เด็กสุขภาพแข้งแรงเด็กในท้องก็ต้องออกมาแข็งแรงเหมือนแม่อย่างแน่นอน

 

 

สนับสนุนโดย  ดูบอล