ตำนานรักกับยม

กาลครั้งหนึ่ง ในป่าหิมพานต์อันกว้างใหญ่บรรดานักบวช  นักพรต หรือแม้แต่ฤาษีที่อยู่ในป่าหิมพานต์แห่งนั้น ต่างก็ใช้ป่าหิมพานต์เป็นที่นั่งสมาธิฝึกฝนวิชาของตนเองให้แกร่งกล้าจนอยู่มาวันหนึ่ง พหลปิติฤาษีเขาได้ออกจากที่พักของตนเองเพื่อออกไปหาของป่าไปหาเก็บผลไม้มารับประทาน ในขณะที่เขาเดินมาถึงลำธารแห่งหนึ่งนั้นเขาได้เห็นลำธารแห่งนั้นมีดอกบัวขึ้นอยู่เต็มไปหมดซึ่งเขาได้มีการนำน้ำเต้าที่นำติดตัวมาด้วยตักน้ำในลำธารแห่งนั้นเพื่อเอาไปเก็บไว้กินในที่พักของเขา

ขณะที่เขากำลังตักน้ำใส่น้ำเต้าอยู่นั้นปรากฏว่ารีบซื้อต้นดังกล่าวนั้นได้มองเห็นเด็กน้อยคู่หนึ่ง ทั้งคู่กำลังนอนหลับอยู่ภายในดอกบัวทางด้านฤาษีที่ได้เห็นเด็กน้อยอยู่ในดอกบัวก็เกิดความรู้สึกเอ็นดูจึงได้นำเด็กน้อยทั้งคู่นั้นกลับไปที่อาศรมด้วยเพื่อนำไปเลี้ยงดู และเมื่อเลี้ยงนานวันเข้าเด็กน้อยทั้งสองคนก็เติบโตขึ้นโดยทั้งคู่นั้นมีชื่อเรียกว่า รักฏะกับ ยมกะ คือชื่อของเด็กทั้งสองคน

และชื่อเล่นของพวกเขาก็คือ รัก และยมนั่นเองทางด้านฤาษีก็ได้ถ่ายทอดวิชาอาคมให้กับเด็กน้อยทั้งสองคนจนหมดสิ้นทำให้เด็กน้อยทั้งสองคนนั้นมีความเก่งกาจสามารถและเมื่อเด็กน้อยทั้งสองคนเติบโตขึ้นมา รักฏะกุมารทองขึ้นมาแล้วหน้าตาหล่อเราเป็นอย่างมากส่วนทางด้านยมกะกุมารหล่อน้อยกว่า รักฏะกุมาร ถึงแม้ว่า ยกกะกุมารจะหล่อสู้ รักฏะกุมารไม่ได้แต่เขาก็สามารถเก่งทางด้านวิชาอาคมต่างๆและเก่งในเรื่องของการต่อสู้อีกด้วยเมื่อทั้งสองคนเติบโตจนกลายเป็นหนุ่มใหญ่ทั้งสองคนจึงได้กราบลาพระฤาษีเพื่อออกไปค้นหาชีวิตไปปฏิบัติธรรมกรรมดีเพื่อส่งเสริมให้ชีวิตของตนเองนั้นได้บุญได้กุศลมากยิ่งขึ้น ซึ่งทางด้านฤาษีก็ยินยอมให้ทั้งสองคนนั้นออกไปใช้ชีวิตเป็นของตนเอง

แต่ได้มีการกำชับ รักกับยม ว่า หากได้มีโอกาสรับราชการทหารกับแคว้นใดจนอย่าหลงระเริงคิดว่าตนเองนั้นมีความเก่งกาจอย่าทำร้ายชีวิตสัตว์และมนุษย์โดยไม่จำเป็นเป็นอันขาดและประมาทกับการใช้ชีวิต ซึ่งทั้งสองคนก็รับปาก ซึ่งทั้งสองคนเดินทางไปเป็นทหารของแคว้นหนึ่งซึ่งด้วยความเก่งและความดี รักฎะกุมารได้ตำแหน่งเป็นทหารเอก ส่วนทางด้านยมกะกุมารได้เป็นที่ปรึกษาของกษัตริย์แห่งแคว้นนั้น

ด้วยความหล่อเหลาของรักฎะกุมารทำให้พระธิดาของแคว้นนั้นเกิดตกหลุมรักเขา แต่พ่อของพระธิดานั้นไม่ได้ยินดีด้วยเพราะว่าพ่อของพระบิดาได้มีการมองคู่ครองไว้ให้กับลูกสาวของตนเองไว้แล้วเป็นเจ้าชายจากแคว้นใกล้เคียงกันพระ ราชาจึงได้กีดกันความรักในครั้งนี้โดยการนำพระธิดาของตนเองนั้นไปไว้ที่เมืองอีกเมืองหนึ่งซึ่งเมื่อ รักฎะกุมารรู้เข้าก็รู้สึกไม่พอใจจึงได้คิดวางแผนที่จะฆ่าพระราชาส่วนทางด้านยมกะกุมารนั้นรู้ว่า รักฎะกุมารคิดอย่างไรและก็ได้พยายามที่จะห้ามปรามไม่ให้ รักฎะกุมารทำเรื่องเหล่านั้นแต่อย่างไรก็ตาม รักฎะกุมารก็เฝ้าคิดถึงแต่พระธิดาอยู่ตลอดเวลา จนในที่สุดเขาก็ทนไม่ไหว รักฎะกุมารได้เข้ารอบไปสังหารพระราชาจนเสียชีวิต

และเรื่องราวดังกล่าวก็รู้ไปถึงหูของพระอาจารย์ฤาษีท่านจึงได้ส่งกระแสจิตเรียกทั้ง 2 คนกลับไปหาท่านในป่าหิมพานต์ และเมื่อทั้งสองคนเดินทางมาถึงอาศรมต่างก็รู้สึกสำนึกผิดกับสิ่งที่ทำลงไปฤาษีได้สั่งให้ รักฎะกุมารทำการบวชตลอดชีวิตเพื่อชดเชยความผิดที่ตนเองได้ทำลงไป เพื่อเป็นการล่างบาป ส่วนทางด้าน ยกมะกุมารนั้นเขาได้กลับมาที่แคว้นเดิมและมาทำงานจนแก่ชราหลังจากนั้นจึงได้ลาออกและออกบวช

และในช่วงที่พระอาจารย์ฤาษีนั้นชราภาพมากแล้วและรู้ตัวว่าจะไม่สามารถมีชีวิตต่อไปได้แล้วท่านจึงได้เรียก 2 นักบวชรักและยมกับมาหา และได้ให้พรนักบวชรักและยมก่อนตายว่าไม่ว่าทั้งสองคนจะตายแล้วไปเกิดใหม่กี่ภพกี่ชาติก็ขอให้ทั้งสองคนนั้นเป็นที่รักใคร่ของคนทั่วไปและขอให้ทั้งสองคนนั้นไม่มีศัตรูคนไหนที่จะทำอันตรายทั้งสองคนได้ แต่ทั้งสองคนนั้นจะไม่ได้กลับมาเกิดเป็นมนุษย์อีกแล้วแต่จะให้ไปเกิดเป็นวัตถุธาตุ

เธอทั้งสองคนนั้นจะต้องไม่มีชีวิตจิตใจแต่จะมีชื่อเสียงโด่งดังไปไกล ตราบชั่วกัลปาวสาน หลังจากนั้นพระฤาษีก็ได้เสียชีวิตไปทางด้านนักบวชรักและยมจึงได้นำศพของพระฤาษีไปฝังเอาไว้ซึ่งต่อมาตรงบริเวณที่มีหลุมฝังศพนั้นเกิดต้นไม้ขึ้นมา 2 ชนิดนั้นก็คือต้นรักซ้อนและต้นมะยมขึ้นคู่กันทำให้นับตั้งแต่นั้นมาเกจิดังต่างๆจึงได้นิยมนำต้นรักและต้นมะยมมาทำการแกะสลักกุมารรักยมนั่นเอง

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย     ีดฟิำะ

คำสาปของ พ่อแม่แห่งทะเลสาบล็อคเนสส์ อลิสแตร์ ครอส์สีย์ ประเทศสกอตแลนด์

       เกี่ยวกับตำนานความเชื่อของชาวสกอตแลนด์ซึ่งมีความเชื่อกันมาตั้งแต่สมัยโบราณโดยเชื่อกันว่าในสมัยก่อนนั้นจะมีพวกพ่อมดหมอผีที่สามารถสาปแช่งและดลบันดาลให้ใครเป็นไปได้อย่างที่ตนเองต้องการโดยมีความเชื่อเล่าขานกันมาว่าในช่วงปีคริสต์ศักราช 1899   ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ทางบริเวณตอนใต้ของทะเลสาบล็อกเนสมีบ้านหลังหนึ่งซึ่งปลูกอาศัยอยู่ห่างไกลจากผู้คนด้วยบ้านหลังดังกล่าวนั้นเป็นบ้านของผู้ชายคนหนึ่งโดยเขามีชื่อว่า อลิสแตร์ ครอส์สีย์  

ส่วนสาเหตุที่เขาอยู่อย่างโดดเดี่ยวไม่มีเพื่อนบ้านอยู่ใกล้กันกับเขาเลยนั่นก็เพราะว่าเพื่อนบ้านของเขานั้นต่างก็พากันเชื่อว่า อลิสแตร์ ครอส์สีย์ นั้นคือพ่อมดหมอผีซึ่งเขามีเวทย์มนต์คาถาและมีอาคมแข็งแกร่งโดยสามารถที่จะสาปแช่งและดลบันดาลให้ใครก็ได้ที่เขาไม่พอใจให้มีอันเป็นไปซึ่งชาวเมืองเชื่อกันว่า อลิสแตร์ ครอส์สีย์ นั้นได้มีการเรื่องภูตผีปีศาจและดวงวิญญาณเอาไว้มากมายหลายดวง 

รวมถึงภูติผีปีศาจอีกหลายตนด้วยกัน ซึ่งหากใครก็ตามที่ทำให้ อลิสแตร์ ครอส์สีย์  ไม่พอใจเขาจะส่งภูติผีปีศาจเหล่านั้นมาทำร้าย จึงทำให้ไม่เคยมีใครไปยุ่งเกี่ยวกับ อลิสแตร์ ครอส์สีย์  เลยเพราะเกรงว่าเขาจะไม่พอใจ และยังเคยมีข่าวลือออกมาด้วยว่า เคยมีเพื่อนบ้านไปทำให้ อลิสแตร์ ครอส์สีย์  อารมณ์เสีย อลิสแตร์ ครอส์สีย์  ได้ใช้เวทมนต์สาปแช่งให้เพื่อนบ้านคนนั้นเสียชีวิตอีกด้วย อย่างไรก็ตามมีเรื่องเล่าอีกว่า มีอยู่ครั้งหนึ่ง อลิสแตร์ ครอส์สีย์ 

ได้เดินทางไปที่ยอดเขาแห่งหนึ่ง ซึ่งมีชื่อว่าปล่องไฟปีศาจ แต่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เขาเกิดความไม่พอใจกับการเดินทางไปที่ปล่องไฟปีศาจในครั้งนั้น อลิสแตร์ ครอส์สีย์  ถึงกับสาปแช่ง ปล่องไฟแห่งนั้นให้พังทลายลง และเมื่อมันพังทลายเมื่อไหร่ ให้เหล่าวิญญาณร้ายที่สิงสถิตย์อยู่ที่ปล่องไฟปีศาจนั้น ได้ถูกปลดปล่อยและให้ส่งผลต่อคนที่เดินทางไปแถวบริเวณดังกล่าว อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าเวลาจะผ่านไปเป็นพันปี และ อลิสแตร์ ครอส์สีย์  ก็เสียชีวิตไปนานแล้ว

แต่ปล่องไฟปีศาจก็ยังคงอยู่ จนเมื่อประมาณ ปี ค.ศ. 2001  ช่วงราวราวเดือน เมษายน ปล่อยไฟปีศาจก็ได้พังทลายลงมา ผู้คนที่ทราบข่าวต่างก็พากันหวาดกลัวกันเป็นอย่างมาก  ซึงยอดเขาแห่งนั้นสูงถึง 70 เมตรเลยทีเดียว แต่หลังจากที่ปล่องไฟปีศาจพังทลายลงมาแล้วก็ไม่ได้มีใครออกมายืนยันว่า สรุปแล้ว คำสาปแช่งของ อลิสแตร์ ครอส์สีย์  เป็นผลสำเร็จหรือไม่ และมีใครที่ถูกทำร้ายจากคำสาปแช่งนี้หรือไม่

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ทางเข้า gclub มือถือ

 

พระนางครีโอพัตตา กลับรูปโฉมที่แท้จริง

              ความงามคือสิ่งที่ผู้หญิงทุกคนนั้นต่างก็ใฝ่ฝัน แต่คนที่มีความงามด้วยและฉลาดด้วยจะยิ่งเป็นสิ่งที่ผู้หญิงทุกคนใฝ่ฝันมากที่สุด  ผู้หญิงที่สวยและเก่งมีมากมายหลายร้อยคนจากทั่วทุกมุมโลกและมีหลายคนที่มีชื่อเสียงโด่งดัง  และวันนี้เราจะมาพูดถึงหญิงสาวคนหนึ่งที่เธอมีทั้งความสวยและความเก่งกาจสามารถที่ผู้ชายหลายคนอาจจะยังไม่อาจจะเทียบได้เลยทีเดียว ซึ่งหญิงสาวที่เรากำลังจะพูดถึงอยู่นี้เธอเป็นหญิงสาวที่มีทั้งความงามและความฉลาดและที่สำคัญเธอมีอายุมาแล้วหลายร้อยหลายพันปี

แต่ในปัจจุบันผู้คนยังคงมีการพูดถึงวีรกรรมของพระนาง และหลายคนยังคงมีความต้องการอยากที่จะเก่งได้เพียงแค่ครึ่งของพระนาง สวยได้เพียงแค่ครึ่งของพระนาง หากพูดอย่างนี้แล้วเชื่อว่าทุกคนคงพอจะรู้กันบ้างแล้วว่าวันนี้เรากำลังจะพูดถึงใคร ใช่แล้วค่ะวันนี้เราจะพูดถึงพระนางครีโอพัตรานั่นเองค่ะ 

 สำหรับพระนางครีโอพัตราแล้วเชื่อว่าหลายคนคงต้องเคยได้ยินชื่อเสียงของพระนางกันมาเป็นอย่างดีเลยทีเดียว โดย ในความคิดของใครหลายหลายคนเชื่อกันว่าพระนางครีโอพัตรานั้นเป็นหญิงสาวที่มีความงดงามเป็นอย่างมากอีกทั้งการอ่านยังเป็นหญิงสาวที่มีความเฉลียวฉลาด ที่สำคัญเพราะนางนั้นสามารถมัดใจชายหลายหลายคนซึ่งชายแต่ละคนนั้นก็มีอำนาจยิ่งใหญ่แต่ก็ต้องมาสยบแทบเท้าต่อพระนางครีโอพัตตากันแทบทุกคนนั่นเอง

แต่อันที่จริงแล้วมีบางตำนานเราถึงพระนางคลีโอพัสตราว่าสาเหตุที่ชายหนุ่มหลายคนสยบแทบเท้าพระนางครีโอพัตรานั้นไม่ได้เกิดจากที่ความสวยงามของผนังเลยแม้แต่นิดเดียวแต่ที่พระนางสามารถสยบผู้ชายหลายคนได้นั้นเกิดจากการที่พระนางนั้นมีความเสลียวฉลาด สามารถรู้เล่ห์เหลี่ยมและรู้เท่าทันคน และสาเหตุที่มีความเชื่อกันว่าแล้วนางนั้นเป็นคนที่สวยและมีความเฉลียวฉลาดนั่นก็เพราะว่ามีนักโบราณคดีสามารถขุดค้นพบพระเศียรของพระนาง

และเหรียญที่มีภาพใบหน้าของพระนางติดอยู่ด้วยซึ่งถือว่าเป็นการค้นพบครั้งยิ่งใหญ่ใน ประวัติศาสต์เลยทีเดียว ชื่อเสียงของพระนางคลีโอพัตรานั้นมีการเล่าหรือกันไปทั่วตั้งแต่สมัยที่พระนางยังมีชีวิตอยู่จนถึงแม้แต่ปัจจุบันนี้ความสวยงาม และความเสียสละของพระองค์ก็ยังคงเป็นที่เรื่องหรืออยู่ไม่เสื่อมคลายซึ่งใครได้หลายคนก็อยากที่จะใฝ่ฝันที่จะมีความสวยงามเช่นเดียวกับพระนางครีโอพัตรา และหวังว่าจะฉลาดได้เพียงครึ่งหนึ่งของพระนางก็อย่างดี

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย   จีคลับคาสิโนออนไลน์

 

ตำนานถนนเพชรบุรีตัดใหม่

สำหรับบางคนคงยังจำกันได้ดีในค่ำคืนหนึ่งของเดือนกันยายนปีพศ 2543 มีเหตุการณ์ที่น่าเศร้าสลดเกิดขึ้นที่ถนนเพชรบุรีตัดใหม่เมื่อถนนดังกล่าวมีเหตุการณ์ไฟลุกไหม้ท่วมเรียกได้ว่าเป็นทะเลเพลิงตรงถนนเพชรบุรีตัดใหม่ดังกล่าวแห่งนั้น ซึ่งทะเลเพลิงนั้นเกิดมาจากการที่เกิดเหตุการณ์แก๊สระเบิดขึ้นจากรถบรรทุกแก๊สขับมาด้วยความเร็วและเกิดเสียหลักล้มคว่ำและแก๊สที่บรรทุกมาทั้งหมด

มีการเกิดการระเบิดขึ้นทำให้บริเวณพื้นที่ดังกล่าวนั้นได้รับความเสียหายจากการเกิดเพลิงไหม้ในครั้งนั้นซึ่งในระหว่างที่มีเหตุการณ์แก๊สระเบิดนั้นเป็นช่วงที่จราจรค่อนข้างหนาแน่นรถที่อยู่บริเวณใกล้เคียงในรัศมี 2 กิโลเมตรต่างก็ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์แก๊สระเบิดในครั้งนี้มีผู้คนบาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมาก ซึ่งเหตุการณ์นั้นทำให้เป็นข่าวใหญ่มากที่สุดแห่งปีเลยก็ว่าได้เขาเป็นอุบัติเหตุครั้งใหญ่ที่กรุงเทพฯไม่เคยประสบเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน

 

ผู้คนที่ล้มตายในเหตุการณ์ครั้งนั้นบางคนยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตนเองจะตายเพราะเมื่อถังแก๊สระเบิดไฟก็ลุกลามอย่างรวดเร็วบางคนตายในรถและบางคนนั้นก็ออกมาตายข้างนอกแต่ส่วนใหญ่แล้วผู้คนจะถูกไฟลุกไหม้เผาเนื้อตัวจนแทบยังไม่มีพื้นที่ไหนที่เป็นพื้นที่เนื้อดีเลยทีเดียวการระเบิดของแก๊สนั้นในคราวได้สร้างความเสียหายว่าเยอะแล้วแต่ยังมีถังแก๊สอีกลูกหนึ่งที่ต่อมาก็เริ่มระเบิดอีกครั้งหนึ่งทำให้บ้านเรือนที่อยู่บริเวณดังกล่าวต่างก็ได้รับความเสียหายไปด้วย

และเหตุการณ์ไฟไหม้ในครั้งนั้นต้องใช้ระยะเวลามากกว่า 24 ชั่วโมงในการดับไฟซึ่งผู้คนต่างพากันวิ่งหนีบาดเจ็บล้มตายเป็นอย่างมากเจ้าหน้าที่ดับเพลิงจากทั่วทุกที่ในเขตกรุงเทพฯต่างก็มารวมตัวกันที่ถนนเพชรบุรีตัดใหม่เพื่อที่จะได้ช่วยกันดับไฟแต่กว่าไฟจะดับลงนั้นก็รอจนถึง 22:00 น ของวันรุ่งขึ้นเลยทีเดียวเจ้าหน้าที่ทุกคนต่างก็เหนื่อยล้า ส่วนตำนานความร้อนก็เริ่มขึ้นหลังจากที่เธอไม่ได้สงบลงแล้ว

โดยมีการบอกเล่าจากแท็กซี่ที่ขับรถในช่วงเวลากลางคืนว่าหากใครที่วิ่งรถแท็กซี่มาตรงถนนเพชรบุรีตัดใหม่มักจะพบหญิงสาวคนหนึ่งมาโบกรถเพื่อให้ไปส่งที่บริเวณหน้าวัด อรุณโดยจะให้แท็กซี่นั้นขับผ่านเส้นสะพานซังฮี้ ซึ่งเมื่อหญิงสาวคนดังกล่าวขึ้นรถไปได้สักครู่ก็จะบอกให้แท็กซี่นั้นแวะไปหน้าโรงพยาบาลหัวเฉียวก่อน แต่เธอมักจะลงกลางทางก่อนทุกครั้งโดยจะลงแถวบริเวณมักกะสันและเงินที่เธอจ่ายให้กับรถแท็กซี่นั้นจะเป็นแบงค์กงเต็กซึ่งรถแท็กซี่จะพบเจอเหมือนกันหมดจนกลายเป็นตำนานกล่าวขานกันนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย    ยูฟ่าเบท365