ประวัติอิทธิฤทธิ์ความศักดิ์สิทธ์ของหลวงพ่อโสธร

        เชื่อว่าในตอนนี้คงไม่มีใครที่ไม่รู้จักหลวงพ่อโสธร  หลวงพ่อศักดิ์สิทธิ์ที่ทุกคนไม่ใช่เฉพาะคนในจังหวัดฉะเชิงเทราเท่านั้นที่ให้ความเคารพนับถือ ในทุกทุกวันจะมีผู้คนจากทั่วทุกสารทิศพากันเดินทางมากราบไหว้ขอพร และบางคนก็จะมาบนกับหลวงพ่อให้ได้ในสิ่งที่ตัวเองต้องการ ยิ่งในวันหยุดเสาร์และวันอาทิตย์ หรือแม้แต่วันหยุดนักขัตฤกษ์นั้นจะมีคนเดินทางมากราบไหว้หลวงพ่อโสธรกันอย่างคับคั่ง จนแทบจะไม่มีที่เดินเลย เนื่องจากทุกคนที่เดินทางมากราบไหว้หลวงพ่อโสธรต่างก็เชื่อมันและศัทธาในความศักดิ์สิทธิ์ขององค์ท่าน

เนื่องจากหลวงพ่อโสธรเป็นพระพุทธรูปเก่าแก่ ที่มีประวัติมาตั้งแต่ก่อนสมัยกรุงศรีอยุธยาเสียอีก และยิ่งมีเรื่องเล่าขานเกี่ยวกับความศักดิ์สิทธิ์ต่อต่อกันมาผู้คนก็ยิ่งให้เคารพนับถือ และถึงแม้ในปัจจุบันเองก็ตามหากใครมีปัญหาที่อยากให้หลวงพ่อโสธรช่วยเหลือก็มักจะพากันมาบน และเมื่อสมหวังแล้วก็จะแก้บนด้วยไข่ต้มหรือให้นางรำที่มีอยู่ตรงด้านหน้าศาลาของหลวงพ่อโสธร ทำการรำถวายแก้บน และทุกครั้งที่มีชาวบ้านมาขอพึ่งบุญบารมีให้หลวงพ่อโสธร ช่วยก็มักจะสมหวังทุกรายไป จนหลวงพ่อโสธรเป็นที่กล่าวขานถึงความศักดิ์สิทธิ์มาจนถึงปัจจุบัน

               สำหรับประวัติความศักดิ์สิทธิ์ของ หลวงพ่อโสธร นั้นมีมากมายนัก เริ่มตั้งแต่ตอนที่หลวงพ่อโสธรลอยตามน้ำมากับแม่น้ำเจ้าพระยา และเมื่อลอยเลยผ่านแม่น้ำบางปะกงไปแล้ว  พระพุทธรูปหลวงพ่อโสธรก็ยังสามารถลอยวนทวนน้ำมายังแม่น้ำบางปะกงและมาหยุดลงตรงที่หน้าวัดเสาธงทอนได้ ทั้งที่มีวัดมากมายหลายที่ที่หลวงพ่อโสธรท่านได้ลอยผ่านมาและมีหลายครั้งที่ชาวบ้านได้เห็นพระพุทธรูปหลวงพ่อโสธรลอยอยู่ในน้ำแล้วอยากจะอัญเชิญท่านขึ้นมาบนฝั่ง

แต่ก็เหมือนมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทำให้ไม่สามารถนำท่านขั้นมาบนฝั่งได้ และเมื่อได้มาประดิษฐานอยู่ในโบสถ์ของวัดเสาธงทอนแล้ว หลวงพ่อโสธรก็ยังมีการแสดงปาฏิหาริย์อีกหลายครั้งให้ชาวบ้านได้เห็น ไม่ว่าจะเป็นเสียงสวดมนต์ในโบสถ์ที่มีหลวงพ่อโสธรประดิษฐานอยู่แต่มาดูแล้วไม่พบว่ามีคนอยู่ในโบสถ์มีเสียงสวดมนต์เท่านั้น หรือแม้แต่การท่านแปลงกายเป็นพระภิกษุสงฆ์ที่ชราภาพมายืนอยู่หน้าโบสถ์เมื่อมีคนเดินมาเห็นท่านก็เดินผ่านเข้าไปในโบสถ์แล้วหายเข้าไปในพระพุทธหลวงพ่อโสธร หรือยังมีความศักดิ์สิทธิ์เกี่ยวกับการที่มีชาวบ้านป่วยด้วยโรคระบาดแล้วมาขอให้ท่านช่วยหลังจากกินน้ำมัน + ขี้ธูปและดอกไม้แห้งที่นำมาไหว้ท่านเอาไปต้มกินและอาบก็หายจากโรคระบาด ยังมีปาฏิหาริย์อีกมากที่ยังคงเป็นเรื่องเล่าสืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน

 

สนับสนุนโดย  คาสิโนออนไลน์ฝากขั้นต่ำ 100

 

การเริ่มต้นในงานศิลปะ

 

ศิลปะเป็นถือเป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่น่าสนใจทั้งในวัยเด็กและในวัยผู้ใหญ่ เพราะศิลปะจะสามารถช่วยส่งเสริมด้านความคิดสร้างสรรค์แล้เป็นกิจกรรมที่สามารถช่วยผ่อนคลายทางด้านอารมณ์ได้อย่างดีอีกด้วย และศิลปะยังมีมากมายหลายสาขาและหลายประเภทที่ทำให้ผู้ที่สนใจในงานศิลปะนั้นเลือกสิ่งที่ตัวเองสนใจหรือชอบได้และเมื่อผู้ที่สนใจนั้นได้ทำในเลิกและได้ลงมือในสิ่งที่ตนเองชอบนั้นก็จะทำให้พวกเค้านั้นเต็มที่และตั้งใจกับสิ่งที่ได้ทำนั่นเอง 

การเริ่มต้นในงานศิลปะนั้นสามารถเริ่มเมื่อไหร่ก็ได้ ไม่จำเป็นว่าจะต้องเริ่มตั้งแต่ตอนเด็ก ผู้ใหญ่ก็สามารถที่จะเริ่มต้นได้ แต่อาจจะมีความแตกต่างในการเริ่มต้นนั่นเอง เพราะถ้าหากมีการเริ่มตั้งแต่ในวัยเด็กก็จะทำให้มีประสบการณ์ต่างๆมากกว่าเพราะได้มีการเรียนรู้และศึกษามาตั้งแต่ยังเด็กซึ่งเป็นระยะเวลาที่ยาวนานและได้มีการฝึกฝนและอาจจะมีความชำนาญมากกว่าในคนที่เริ่มต้นเมื่อเป็นผู้ใหญ่แล้วนั่นเอง แต่ก็ไม่ได้แปลว่าในผู้ที่เริ่มในวัยผู้ใหญ่นั้นจะไม่สามารถชำนาญได้ สามารถสร้างความชำราญได้จากการฝึกฝนที่ส่ำเสมอได้นั่นเอง

สำหรับการเริ่มต้นในงานศิลปะนั้น ผู้ที่สนใจในงานศิลปะจะต้องมีการทดสอบก่อนว่าตนเองนั้นชอบงานศิลปะประเภทแบบไหน ซึ่งงานศิลปะมีหลากหลายประเภท โดยแบ่งออกเป็นหลักๆ คืองานศิลปะการวาดรูป การระบายสี สีนั้นก็มีสีอีกหลายประเภทไม่ว่าจะเป็นสีน้ำ สีน้ำมัน เป็นต้น การปั้นต่างๆ การแกะสลัก มีทั้งงานไม้ งานปูนและงานโลหะเป็นต้น ผู้ที่สนใจอาจจะต้องมีการศึกษาเกี่ยวกับศิลปะประเภทต่างๆก่อนและอาจจะมีการลองลงมือทำในงานศิลปะประเภทที่ตนเองสนใจไปทีละอย่าง

แต่ถ้าหากมีเวลาไม่มากพอก็อาจจะเลือกศิลปะที่ตนเองสนใจเพียงหนึ่งอย่างและลองตั้งใจลงมือทำและพยายามอย่างเต็มที่เพื่อจะได้รู้ว่าตนเองนั้นชอบในงานศิลปะประเภทนั้นหรือเปล่านั่นเอง และนอกเมื่อรู้ว่าตนเองชอบงานศิลปะประเภทไหนแล้วนั้นสิ่งต่อมาคือความตั้งใจในการสร้างสรรค์ผลงาน ศิลปะคือการใช้ความคิดที่สร้างสรรค์ก่อให้เกิดผลงานที่เรียกว่าศิลปะขึ้น ดังนั้นผู้ที่เริ่มต้นในงานศิลปะนั้นจะต้องมีความตั้งใจและความมุ่งมั่นที่จะสร้างผลงานขึ้นมานั่นเอง

เมื่อมีการสร้างผลงานขึ้นมาแล้ว สิ่งที่ผู้เริ่มต้นจำเป็นต้องทำอย่างมากก็คือการฝึกฝนตนเองในงานศิลปะ จนสามารถสร้างสรรค์ผลงานออกมาแตกต่างจากคนอื่นได้ เมื่อมีการฝึกฝนเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว ก็จะเกิดความชำนายในงานศิลปะประเภทนั้นๆได้

ดังนั้นแล้วไม่ว่าคุณจะเริ่มต้นศิลปะอย่างไรช้าหรือเร็วแต่ถ้าหากคุณมาความมุ่งมั่นและความตั้งใจเชื่อว่าศิลปะนั้นสามารถให้ประโยชน์ต่อตัวคุณได้อย่างมากมายเลยทีเดียว

 

 

แปรงปัดฝุ่น ของจำเป็นในกระเป๋ากล้อง

สำหรับคนที่ประคบประหงมกล้องของคุณเป็นอย่างดี ก็ต้องของแนะนำที่จะต้องพอสิ่งที่มีไว้สำหรับการปัดฝุ่นเหล่านี้ เพราะว่าเรามักจะไม่พกไป แม้แต่ผ้า ก็ชอบเลือกใช้เสื้อผ้าเช็ด ซึ่งนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ควรมากๆ เพราะในเสื้อผ้าที่เราใส่ มีทั้งความมันจากตัวเรา และการเปี้อนอะไรมามากมาย รวมทั้งความที่มันอาจจะหยาบไปก็ได้ อย่างผ้าโปโลแบบนี้ก็จะทำให้กล้องเป็นรอยได้เลยทีเดียว หรือพวกฝุ่นที่เกาะก็ควรมีลูกลมยางไว้เป่า

แต่เราก็มักง่ายกับการใช้ปากเป่าลมแทน ซึ่งนั้นทำให้เกิดความเสียหายร้ายแรงต่างๆได้เลย ทราบไหมว่าการเป่าของเรามีละออกน้ำลายเราออกไปทุกครั้งไม่มากก็น้อย บางครั้งมองไม่เห็น แล้วน้ำลายเราไม่ส่งผลดีกับสารเคลือบเลนส์ และเซนเซอร์ต่างๆเป็นแน่ แล้วก็ฝุ่นตามบอดี้นี่ก็เช่นกัน จริงอยู่ที่บอดี้เราสามารถที่จะใช้ผ้าที่ไม่ต้องซีเรียสมาก หรือจะใช้ลูกลมยางเป่าก็พอได้ แต่ขอแนะนำอีกหนึ่งอุปกรณ์ที่เรียกได้ว่าสำคัญอยู่เหมือนกันนะ

นั้นก็คือปแรงปัดฝุ่น ถือว่าเป็นของที่ไม่ค่อยเห็นหรอกว่าใครจะพกมาใช้ เพราะมันก็มีอยู่หลายแบบเหมือนกันนะ ถึงอย่างไร ก็มีแปลงปัดฝุ่นที่เห็นกันอยู่บ่อยๆสำหรับเครื่องมือช่าง หรือเครื่องมือในบ้าน ที่เหมือนแปรงทาสีนั้นเอง แปรงนี้ค่อนข้างมีความแข็งอยู่ ทำให้ไม่เหมาะจะเอามาปัดบางส่วนด้วยเช่นกัน อย่างเช่น หน้าและหลังเลนส์ เซนเซอร์ ชองมองภาพ พวกนี้ไม่ควรใช้แปรงขนแข็งเลย แต่มันจะได้ผลดีมากๆกับตัวบอดีที่มีฝุ่นเม็ดใหญ่ๆ

แถมยังบอดี้นั้นมีซอกมุมเยอะมากมายเหลือเกิน ต้องการแปรงขนยาวในการซอกซอนเข้าไป รวมถึงฝุ่นพวกที่ติดอยู่บอดี้นั้นมักเป็นฝุ่นที่ติดกับน้ำมันจากมือเราด้วย นั้นเป็นเห็นให้ใช้ลูกลมยางเป่าไม่ออกก็เป็นได้ ตัวผมเองก็มีพกอยู่แต่เป็นแปลงขนอ่อนที่ถูกสร้างมาเพื่อปัดกล้องโดยเฉพาะ อย่าเรียกว่าเป็นการซื้อเลย แต่เป็นการได้แถมฟรีมากับกล้องนั้นเอง อันนั้นแหละใช้ดีนัก ถึงแม้ว่าฝุ่นบางจุดอาจจะเอาไปอยู่ แต่ก็ยังดีกว่าใช้ขนแข็งแบบยาวแล้วไปโดนจุดที่ไม่ควรโดนนั้นเอง

การจะพกแปรงไปนั้น ถ้าไม่ใช่แบบที่สามารถปิดฝาหรือซ่อนหัวแปรงได้ละก็ จะทำแปรงนั้นบานหรือเสียเร็ว เพราะฉนั้นควรจะเลือกแปรงให้เหมาะกับการพกพอเช่นกัน แปรงแบบนี้หาซื้อได้ไม่ยากเลย ตามร้านขายอุปกรณ์กล้างทั่วไปได้เลย เรียกได้ว่าคุ้มค่าที่จะพกเลยล่ะ

 

 

ได้รับการสนับสนุนมาจาก  ทางเข้า Ufabet มือถือ

 

มาปลูกราชาแห่งไม้ประดับต้นรวยล้นฟ้ากันเถอะ

เชื่อว่าคนที่ชอบปลูกต้นไม้นั้นมักจะมีการเรื่องปลูกต้นไม้แตกต่างกันออกไปบางคนชอบปลูกต้นไม้ใหญ่บางคนก็ชอบปลูกไม้ดอกไม้ประดับแล้วก็ยังมีอีกหลายคนที่นิยมปลูกต้นไม้ขนาดเล็กหรือที่เราเรียกกันว่าปลูกต้นว่านซึ่งต้นไม้แต่ละชนิดก็มีความหมายและมีความเป็นมงคลแตกต่างกันออกไปวันนี้เราจะมาพูดกันถึงต้นไม้มงคลที่เป็นต้นว่านซึ่ง วันนี้เราจะนำเสนอราชาแห่งไม้ประดับที่ใครเห็นใครก็ชอบต่างนิยมซื้อมาปลูกกันเป็นจำนวนมากเป็นต้นไม้ที่ปลูกง่าย

 

และชีก็ยังเป็นมงคลถูกต้องตามหลักฮวงจุ้ยอีกด้วยนั่นก็คือต้มรวยล้นฟ้าต้นไม้ชนิดนี้เชื่อกันว่าหากมีการซื้อนำมาปลูกประดับตกแต่งไว้ในบ้านแล้วจะทำให้คนที่อาศัยอยู่ในบ้านหลังนั้นมีโชคลาภช่วยส่งเสริมความเป็นสิริมงคลให้กับคนภายในบ้านสำหรับต้นรวยล้นฟ้านั้นเป็นการพัฒนาพันธุ์ของว่านซึ่งมาจากต้นเขียวหมื่น ปีซึ่งต้นไม้ชนิดนี้ได้ชื่อว่าเป็นว่านคงกระพันชาตรีมีลักษณะของลำต้นที่สวยงามปลูกแล้วจะช่วยเสริมสง่าราศีให้กับบ้านที่ปลูกเป็นอย่างมากหากใครที่ยังไม่เคยเห็นต้นรวยล้นฟ้าแล้วเราก็ต้องชนิดนี้เป็นไม้พุ่มขนาดเล็กมีลักษณะเป็นพุ่มหนาสูงเต็มที่แค่เพียง 18-19 เซนติเมตรเท่านั้นเอง

 

เป็นต้นไม้ที่ปลูกง่ายอายุนานหลายปีรักสนะใบเป็นใบผิวเรียบสีเขียวแต่จะมีเส้นขอเป็นสีแดง หรือสีชมพูอ่อนและมีการออกดอกเป็นช่อตามซอกใบสำหรับดอกของต้นว่านรวยฟ้านั้นจะเป็นสีขาวว่ารวยล้นฟ้าสามารถปลูกได้ง่ายง่ายจากการเพราะเมล็ดหรือแม้แต่การปักชำแยกนอสำหรับต้นไม้ชนิดนี้ จะไม่ชอบน้ำมากจึงสามารถรดน้ำวันละครั้งก็พอโดยการลดอย่าให้แฉะมากนักส่วนการดูแลพวนดินใส่ปุ๋ยไม่ต้องดูแลมากเป็นพิเศษก็ได้สามารถปลูกว่านชนิดนี้ได้ในพื้นที่ที่มีแสงแดดรำไร

 

เพราะเค้าจะไม่ชอบแดดแรงมากถึงแม้จะปลูกง่ายแต่ก็ดูแลไม่ง่ายมากนักเพราะบ้านชนิดนี้มักจะพบปัญหาแมลงมากวนซึ่งจะมีหอยทากมาคอยกัดกินยอดอ่อน มีเพี้ยแป้งที่คอยกัดกินรากซึ่งเพี้ยแป้งนี้ส่วนใหญ่มักจะมาจากมดและปัญหาโรคคนเน่าแต่ถ้าหากใครปลุกได้แล้วแล้วก็นอกจากจะเป็นไม้มงคลแล้วผู้ปลูกยางจะได้รับความร่ำรวยตามชื่อของว่านเพราะเป็นไม้เศรษฐกิจที่สามารถส่งออกไปขายต่างประเทศได้สร้างความร่ำรวยให้กับคนที่ปลูกได้อีกด้วย

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย ufabet

ผีไทย ทำไมถึงชอบรำโชว์

ในบรรดาผีของชาติต่างๆ ผีไทยช่างน่ากลัวไม่แพ้ชาติใดในโลก ทั้งใบหน้าและคอสตูมแบบไทยๆยิ่งทำให้หลอนมากขึ้นไปอีก มีหลายคนชอบเจอผีไทยในลุคห่มสไบและรำไทยประกอบความน่ากลัว แต่คุณเคยสงสัยกันไหมว่า “ทำไมผีไทยถึงชอบรำโชว์เมื่อปรากฏกายให้มนุษย์เห็น”

 

คงไม่มีใครตอบได้ว่า เหตุผลคืออะไร แต่เนื่องด้วยรำไทยหรือนาฏศิลป์ไทยถือเป็นมรดกและเอกลักษณ์ของชาติที่มีมาตั้งแต่โบราณ ดังนั้นเรื่องราวของผีไทยก็คงจะผูกโยงไปกับรำไทยที่เป็นตัวตนที่แท้จริงของคนไทย อย่ารอช้าลองมาสัมผัสกับรำไทยว่ามีความน่าสนใจอย่างไร

 

ที่มาของนาฏศิลป์ไทยสันนิษฐานว่ากำเนิดมาพร้อมกับชนชาติไทยเพราะการแสดงเหล่านี้สะท้อนและบ่งบอกถึงวิถีชีวิต สังคม ความเป็นอยู่ รวมไปถึงความเป็นตัวตนของคนไทยไล่มาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน นาฏศิลป์ไม่ได้หมายถึงการรำเพียงอย่างเดียวแต่รวมถึงการร้อง รำ และทำเพลงควบคู่กันไป

 

นาฏศิลป์ไทยมีองค์ประกอบที่หลากหลาย กว่าจะออกมาเป็นการแสดงในแต่ละครั้งจะต้องจัดแจงทุกอย่างมากพอสมควร เริ่มด้วยการฟ้อนรำซึ่งเป็นท่าทางที่คนสร้างขึ้นมาให้แสดงตามบทบาทของแต่ละตัวละคร ต่อมาคือจังหวะ ซึ่งมีอยู่ในตัวของแต่ละคน ใช้ในการฝึกพื้นฐานการรำ ส่วนเนื้อร้องและทำนองก็เป็นบทที่ให้นางรำแสดงบทบาทตามได้เพื่อให้คนเข้าใจ การแต่งกายจะเป็นสิ่งที่บอกถึงยศฐาบรรดาศักดิ์ของแต่ละตัวละคร การแต่งกายถือเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวละคร ในแต่ละชาติก็อาจจะรังสรรค์ชุดแต่งกายที่ต่างกันออกไป ส่วนการแต่งหน้าใช้บ่งบอกเอกลักษณ์ของแต่ละตัวละคร แต่งให้หนุ่ม ให้แก่ ได้ตามคาแรคเตอร์ ส่วนต่อมาคือเครื่องดนตรีที่บรรเลงประกอบการแสดง ถือเป็นองค์ประกอบหลักที่ทำให้การแสดงสมบูรณ์ซึ่งตัวนักแสดงจะต้องรำและเคลื่อนไหวตามเนื้อร้องและทำนองเพลง องค์ประกอบสุดท้ายคืออุปกรณ์ประกอบการแสดง อาทิเช่นร่ม หรือพัดที่จะนำมาใช้ประกอบเพื่อให้การแสดงดูสมจริงและเห็นภาพมากยิ่งขึ้น

 

ทุกท่านครับ การแสดงนาฏศิลป์ไทยเป็นมรดกที่เชิดหน้าชูตราของประเทศไทยควรอนุรักษ์และต่อยอดเพื่อให้ลูกหลานได้เห็นและชมความสวยงามของการแสดงต่างๆเหล่านี้ อีกอย่างเอกลักษณ์นี้ยังเป็นที่กล่าวขานกันเป็นวงกว้างทั่วโลก ชาวต่างชาติล้วนอยากมาดูรำไทยและนาฏศิลป์ไทย อย่าปล่อยให้วัฒนธรรมดีๆแบบนี้หายไปกับอดีตหรือปล่อยให้ผีมารำโชว์เพียงอย่างเดียว 

 

ร่องรอยประวัติประวัติศาสตร์

ร่องรอยอาณาจักรของเขมรโบราณในทางภาคอีสานของประเทศไทยพุทธศตวรรษที่12 18อาณาจักรเขมรโบราณเป็นอาณาจักรหนึ่งที่ยิ่งใหญ่ของเอเชียตะวันออกฉียงใต้มีอาณาเขตตั้งแต่บริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงในประเทศเวียดนามตอนใต้ของประเทศลาวและบริเวณดินแดนของประเทศไทยในปัจจุบันโดยสามาถแบ่งเป็นช่วงเวลาใหญ่ๆคืออาณาจักรเขมรสมัยก่อนเมืองพระนครพุทธศตวรรษที่12 14และอาณาจักรเขมรสมัยเมืองพระนครพุทธศตวรรษที่15 18สำหรับบริเวณภาคอีสานของประเทศไทย

 

มีการค้นพบหลักฐานมากมายที่แสดงให้เห็นถึงการขยายการเข้ามาของเขมรโบราณไม่ว่าจะเป็น หลักฐานลายลักษณ์อักษร และ หลักฐานที่ไม่เป็นลายลักษณ์อักษร เช่นศิลาจารึก โบราณสถาน โบราณวัตถุ และ ภาพถ่ายทางอากาศหลักฐานเหล่านี้ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของภาคอีสานในเวลาตอนมา ภาคอีสานตั้งอยู่บริเวณที่ลาบสูงโคราชซึ่งมีลักษณะเป็นแอ่งกะทะขนาดใหญ่ล้อมรอบด้วยภูเขาเพชรบูรณ์และพญาเย็นของทางด้านทิศตะวันตกต่อด้วยเทือกเขากำแพงทางด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้กั้นระหว่าง ภาคเหนือ ภาคกลาง และ ภาคตะวันออก และทางด้านทิศใต้มีเทือกเขาพนมกั้นระหว่างประเทศกัมพูชา ส่วนทิศเหนือ และ ทิศตะวันออกมีแม่น้ำโขงเป็นพรมแดนกั้นระหว่างดินแดนของประเทศลาว

 

ที่ลาบสูงโคราชประกอบด้วยแอ่งโคราชและแอ่งสกลนครแอ่งโคราชอยู่ทางตอนล้างมีขนาดใหญ่กว่าแอ่งสกลนครแอ่งโคราชมีแม่น้ำสำคัญอยู่สองสายคือ แม่น้ำมูล และ แม่น้ำชี ส่วนแอ่งสกลนคร อยู่ทางตอนบนมีขนาดเล็กกว่าแอ่งโคราชมีแม่น้ำสำคัญคือ แม่น้ำโขง และ แม่น้ำสงคราม มีเทือกเขาภูพานเป็นประการทางธรรมชาติกั้นระหว่างสองแอ่งเนื่องด้วยทางลักษณะภูมิศาสตร์บริเวณทางภาคอีสานที่เป็นแอ่งกะทะล้อมรอบเทือกเขาต่างๆอันเป็นต้นกำเนิดแม่น้ำหลายสายและยังเหมาะสมแก่การตั้งถิ่นฐานของมนุษย์มาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ร่วมถึงเป็นแหล่งทรัพยากรทางธรรมชาติที่มีความสมบูรณ์เช่น ทองแดง ดีบุม ทองคำสัตว์ป่า

 

นอกจากนี้บริเวณเทือกเขาพนมดงเร็กมีช่องเขาสำคัญหลายแห่งคือ ช่องโอบก ช่องตาเมือน ช่องจอม ช่องสะงำ และช่องอ้านมา ช่องเขาต่างๆเหล่านี้ถูกใช้เป็นเส้นทางการติดต่อกันระหว่างดินแดนที่ลาบทะเลสาบเขมรกับพื้นที่ภาคอีสานของประเทศไทยเนื่องด้วยความไกล้ชิดทางภูมิศาสตร์นี้เองเป็นสาเหตุให้พื้นที่ทางภาคอีสานปรากฏร่องรอยหลักฐานที่เกี่ยวกับอาณาจักรเขมรโบราณมากที่สุดในดินแดนประเทศไทย

 

หลักฐานประเภทลายลักษณ์อักษรประกอบด้วย จารึกสมัยก่อนเมืองพระนครพุทธศตวรรษที่12 14 และ จารึกสมัยเมืองพระนครพุทธศตวรรษที่15 18 ภาคอีสานได้ปรากฏร่องรอยหลักฐานที่แสดงให้เห็นถึงการขยายอิทธิพลของกษัตริย์เขมรสมัยก่อนเมืองพระนครคือ จารึกของพระเจ้าจิตรเสน หรือ พระเจ้ามเหนทรวรมัน พระองค์ทรงเป็นกษัตริย์เจนละซึ่งมีศูนย์กลางการปกครองในบริเวณวัดพูแขวงจำปาสักประเทศลาวในปัจจุบันสาเหตุการขยายอำนาจเข้ามาของพระเจ้ามเหนทรวรมัน ในพื้นที่ทางภาคอีสานเกิดจากการเปลี่ยนศูนย์กลางในการปกครองแห่งใหม่

 

ของโบราณคดีที่ได้ถูกการค้นพบ

สำหรับในการค้นพบในเรื่องราวต่างๆที่ได้ค้นพบจากนักโบราณคดีที่ได้เจอหรือมันอาจจะเป็นการเจอโดยบังเอิญซึ่งในสิ่งที่ได้เจอมานั้นก็ยังไม่มีใครนั้นอยากจะเชื่อในสิ่งที่เห็นสักเท่าไรเพราะว่าบางที่ของหลายอย่างเหล่านี้ที่ได้มีการถูกค้นพบมานั้นมันจะมีอายุเท่าไรและของแต่ละชนิดที่นักโบราณนั้นได้เจอจะมีความหมายอย่างไรกับของโบราณที่ได้เจอ บางอันก็ได้ค้นพบเจอในที่แปลกที่มันนั้นไม่สมควรจะอยู่อย่างที่ได้มีการเจอศพอยู่ในต้นไม้

สุสานจักรพรรดิฟิลิปเดอะอาหลับ 

มื่อได้พุดถึงเรื่องจักรพรรโรมันหลายคนก็คงจะนึกถึงความยิ่งใหญ่อลังการงานสร้างของผู้คนในยุคนั้นเป็นที่แน่และในสถานที่ฝั่งศพหรือว่าสุสานของคนที่ได้ตายไปแล้วก็ย้อมเป็นสิ่งหนึ่งที่มันจะต้องยิ่งใหญ่มากที่สุดให้กับสมศักดิ์ศรีให้กับความเป็นชาวโรมันเป็นผู้ที่มีอารยที่รุ่งเรืองสุดขีดและซึ่งสุสานโบราณแห่งนี้ที่ได้ถูกค้นพบล่าสุดนี้ถูกค้นพบที่เนินประเทศบัลแกเรียนอกจากที่มันจะมีขนาดที่ใหญ่ยักษ์แล้วนักโบราณคดียังได้ค้นพบอุโมงยาวกว่า40เมตรซึ่งได้ยาวออกไปทางทิตตะวันออกเฉียงใต้ของตัวสุสานคาดว่ามันน่าจะเป็นอุโมงที่พวกออกหาสมบัติที่ได้ขุดเอาไว้เมือศตวรรษที่15แต่ในการลักรอบเข้ามาเอาสมบัตินั้นถูกท่ามันจะไม่สำเร็จเพราะมันยังมีเหรียญและเครื่องปั้นดินเผาในสมัยในปี200หลงเหลืออยู่ภายในสุสานอีกด้วยหลังจากที่มีการคาดคะเนของอายุสุสานโครงสร้างโดยรวมและกระบวยการในการสร้างที่จะต้องใช้ทรัพยากรสูงเอามากๆจึงเชื่อว่าที่นี้นั้นเป็นสุสานของจักรพรรดิฟิลิปเดอะอาหลับจักรพรรดิองค์ที่ 33 แห่งจักรวรรดิโรมันอย่างแน่นอนเพราะซึ่งโดยคนธรรมดาจะไม่มีแรงและทรัพยากรมากพอที่จะสามารถสร้างอะไรแบบนี้ได้แน่นๆ

โลงศพต้นไม้

ไม่ว่าใครก็ไม่อยากเจอศพด้วยกันทั้งนั้นใช่ไหมล่ะแต่วันดีคืนดีได้เกิดไปเจอศพหญิงสาวอายุหลายพันปีถูกฝังเอาไว้ในเปลือกไม้เหมือนกับกรณีเอลิซ่าเอมี่ขึ้นมาล่ะจะเป็นยังไงกันและแน่นอนว่าคนงานเหล่านี้ก็คงจะคิดเหมือนกันแหล่ะและใครจะรู้ล่ะว่าขุดดินนำเอามาสร้างของใช้ต่างๆอยู่ดีๆจะเดินเข้าไปสะดุดเข้ากับหญิงสาวชาวเซติกอายุกว่า3000ปีฝังอยู่ในซากต้นไม้เข้าละสิพอได้เปิดออกมาเท่านั้นก็จะต้องตกตลึ่งกับสิ่งที่ได้เห็นอยู่ข้างหน้าเพราะเสื้อขนสัตว์และหนังแกะที่เธอนั้นสวมใส่เอาไว้ยังมีสีสันสดใสเหมือนใหม่ในส่วนของที่ตามร่างกายนั้นก็ยังได้สวมเครื่องประดับไปด้วยทองแดงอำพันธุ์และลูกปักแก้วเอาไว้ด้วยเชื่อว่าเป็นคนที่มีชั้นสูง

น้ำผึ้งหยดเดียว

จากช่วงเวลาที่ผ่านมานับตั้งแต่การเลือกตั้งครั้งล่าสุด รัฐบาลที่ถูกเลือกตั้งมาโดยมีข้อครหา

ว่ามีการโกงและล๊อบบี้เรื่องของผู้นำประเทศไว้เรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่การปูพื้นฐานเอาคนของตัวเองไปนั่งอยู่ตามตำแหน่งที่ต่างๆ ในกระบวนการการเลือกตั้งและกระบวนการการยกมือเพื่อลงคะแนนเสียงเลือกนายกฯ จากนั้นการบริหารของประเทศที่นำโดยรัฐบาลชุดนี้ ได้โชว์ศักยภาพและฝีมือให้คนในประเทศไทยได้เห็นกระจ่างตาแล้วว่า ไม่เอาไหน เพราะเศรษฐกิจนั้นมีแต่ถอยหลังและดิ่งลงเหวลงไปเรื่อยๆ การแก้ปัญหาด้วยเอาเงินมาแจกให้กับประชาชนนั้น เป็นการแก้ปัญหาที่ไม่ถูกวิธี ทำมาเกือบ 3 เฟส ก็ไม่ได้กระตุ้นเศรษฐกิจอะไรให้ดีขึ้น จนขนาดนักเรียนนักศึกษา ไล่กันตั้งแต่มัธยมต้น ไปถึงมหาวิทยาลัย ได้ออกมาชุมนุมเพื่อขับไล่รัฐบาลชุดนี้ให้ยุบสภาและเลิกเล่นการเมืองซะ

 

และครั้นเมืองฝ่ายค้านตัวเป้งอย่างพรรคอนาคตใหม่กำลังมีมติที่จะเข้าประชุม ครม. เพื่องัดไม้เด็ด และหลักฐานต่างๆ ที่ผูกมัดเพื่อให้รัฐบาลต้องยอมจำนนนั้น กลับถูกขวางกั้น ด้วยการเรื่องและใช้วิธีต่างๆ นานา เพื่อทำการยุคพรรคคู่แข่งอย่าง พรรคอนาคตใหม่ซะงั้น จนถึงกับมีกระแสเรียกร้อง จากกลุ่มคนรุ่นใหม่ออกมารวมตัวและต่อต้านการเผด็จการครั้งนี้ ซึ่งดูแนวโน้มว่า แฟลชม๊อบครั้งนี้จะขยายวงกว้างและเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

 

จนภาวะวิกฤติ โรคโควิด 19 ระบาดเข้ามาในประเทศไทย ทำให้กลุ่มแฟลชม๊อบไม่สามารถขยายเป็นวงกว้างได้ เนื่องจากกลัวการติดต่อและแพร่ระบาดของโรคนี้ นั่นจึงเหมือนเป็นโชคดีของฝ่ายรัฐบาลที่ทำให้กระแสการต่อต้านนี้เบาลง แต่แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นตามมาอีกระลอก กลับเป็นเรื่องของการบริหารประเทศ ที่ตัวรัฐบาลเองแท้ๆ ที่ไม่สามารถบริหารหรือจัดการปัญหาเรื่องการเข้ามาในประเทศไทยของผีน้อย

 

ได้ถึงขนาดมีการหลบหนีกันด้วยซ้ำ สุดท้ายเรื่องของหน้ากากอนามัยที่ขาดแคลนตลาดในประเทศไทย ซึ่งมีคำถามต่างๆ นานา ว่าขาดแคลนได้อย่างไร ทั้งๆ ที่ประเทศไทยนั้นมีโรงงานผลิตสินค้าพวกนี้อยู่แล้ว กลับหาซื้อไม่ได้ แต่ดันมีโพสต์ขายในออนไลน์ แต่เป็นราคาที่แพงเกินจริง จากที่เมื่อก่อนขายแพงสุดชิ้นละ 2 บาท แต่ปัจจุบันราคาอยู่ที่ 9 – 14 บาทต่อชิ้น ซึ่งสุดท้ายต้นตอและความเป็นจริงได้ถูกเปิดเผย ที่มีนักการเมืองท่านหนึ่งของฝ่ายรัฐบาล ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในการกักตุนสินค้าครั้งนี้และปั่นราคาให้ขึ้นสูงเผื่อนำไปขายต่อ จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันออกมาว่า ผู้นำประเทศอย่างนายกฯ จะแก้ไขและจัดการปัญหานี้อย่างไร ซึ่งเวลานี้ ผู้นำของประเทศยังคงนิ่งเฉย และไร้คำตอบใดๆ มันจึงอาจเป็นน้ำผึ้งหยดเดียวในรัฐบาลที่ทำให้รัฐบาลนี้ต้องล่มสลายก็เป็นได้

 

Hot News สังคมออนไลน์จับหลวงพี่จัสติน

    จากกรณีที่ก่อนหน้านี้มีการแถลงการณ์การจับกุมผู้กระทำความผิด ของทาง บก.ปอท.

ว่าเจ้าหน้าที่ได้มีการบุกเข้าจับคุณแอดมินเพจดังรายหนึ่งในชื่อว่า หวลงพี่จัสติน วัดดูยูมน V.2  ซึ่งตามรายงานข่าวแจ้งว่าได้มีคนมาแจ้งความเอาไว้ประมาณ 10 คนว่าถูกแอดมินเพจนี้หลอกลวงขายเสื้อเพจให้แต่เมื่อจ่ายเงินไปแล้วกลับไม่ได้เสื้อ ซึ่งถือว่าเป็นการหลอกขายสินค้างทางออนไลน์ และนอกจากนี้ยังมีการแจ้งความด้วยว่าเพจดังกล่าวมีการลงข้อมูลข่าวสารที่สร้างความแตกแยกให้กับคนในสังคมมาทะเลาะกัน ซึ่งเพจนี้มีคนติดตามกว่าสามแสนคน และเมื่อเพจมีการประกาศขายเสื้อก็มีคนหลงโอนเงินซื้อกันเป็นจำนวนมาก จึงนอกจากทางปอท. จะจับเรื่องการหลอกลวงขายสินค้าออนไลน์แล้ว ยังจับข้อหาเผยแพร่เนื้อหาที่ไม่เหมาะสมอีกด้วย ซึ่งเมื่อข่าวนี้มีการเผยแพร่ออกมา

 

ก็มีคนในโลกโซเชียวต่างก็ชายกันแชร์พฤติกรรมของแอดมินเพจดังคนนี้ ซึ่งพบว่าเจ้าของแอดมินเพจที่ถูกจับนั้นที่จริงแล้วเป็นชายหนุ่มหน้าตาดีคนหนึ่งที่ทางบ้านเป็นคนมีฐานะร่ำรวยเพราะมีพ่อเป็นเจ้าของอู่รถและยังเรียนจบปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยที่มีชื่อ ซึ่งก่อนหน้านี้เมื่อหลายปีก่อนชายหนุ่มคนนี้เป็นข่าวดังมากเพราะเป็นหน้าตาดีแต่มาทำงานเป็นกระเป๋ารถเมล์ ซึ่งเขายังเคยให้สัมภาษณ์กับนักข่าวในช่วงนั้นว่าถ้าเป็นงานที่สุจริตเขาทำหมดทุกอย่าง แต่มาวันนี้กลับถูกจับเรื่องการทุจริต ซึ่งมีกระแสออกมาบอกว่าที่เขาต้องทำเช่นนี้เพราะนำเงินที่มีอยู่ทั้งหมดมาลงทุนทำธุรกิจแล้วขาดทุน

 

           จากข่าวนี้จะเห็นได้ว่าการศึกษาไม่ได้ทำให้จิตใจของคนเราสูงขึ้นเพราะเงินเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตของทุกคน คนที่มีฐานะดีและการศึกษาดีก็ไม่ใช่ว่าจะไม่โกงเงินของคนอื่น ซึ่งมีข่าวออกมามากมายที่คนหน้าตาดี ใช้จุดนี้มาเป็นจุดขายในการหลอกลวงคนอื่นเพื่อหลอกให้เขาโอนเงินเข้ามาให้ และก็มีการเผยแพร่ทำนองนี้อยู่บ่อยครั้งแต่ก็ยังมีคนหลงเชื่อพวกมิจฉาชีพหลอกแบบนี้อยู่บ่อยครั้ง

 

ดังนั้นคนเราควรทีจะมีการคิดให้รอบคอบก่อนที่จะมีการตัดสินใจทำอะไรหรือติดตามใคร ไม่ควรเห็นเพียงแค่เขาหน้าตาดีแล้วก็ติดตามเท่านั้น และหากเมื่อเราหลงติดตามไปแล้ว ก็ควรพิจารณาอีกด้วยว่าสิ่งที่เขาโพสต์มามันจริงหรือมันน่าเชื่อถือหรือไม่ ไม่ใช่เขาว่าอะไรมาก็เชื่อเขาหมด ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจะทำให้ต้องมาสูญเสียทรัพย์สินในวันนี้

ประวัติเขาพระวิหาร

หมุ่บ้านสุดท้ายของประเทศไทยที่ตั้งอยู่ติดชายแดนบริเวณทางขึ้นเขาพระวิหาร

คือ บ้านภูมิชรอก ตำบนเสาธงไชยอําเภอกันทรลักษ์จังหวัดศรีสะเกษ คำว่าภูมิแปลว่าบ้าน ชรอกแปลว่าต้นสน ระยะทาง11กิโลเมตรจะถึงบริเวณหน้าผาสูงชันที่เรียกว่าผามออีแดงซึ่งมีประวัติความเป็นมาว่ามีผู้หญิงสาวคนหนึ่งชื่อเล่นว่าแดงมีอาชีพเป็นครูสอนภาษาอังกฤษที่โรงเรียนวัดกลางในจังหวัดศรีสะเกษเป็นหลานสาวของนายแพทย์คนหนึ่งที่เป็นผู้อำนวยการโรงบาลจังหวัดศรีสะเกษในปีพุทธศักราช2504ครูแดงพร้อมคณะจำนวน30คนขึ้นไปเที่ยวชมปราสาทเขาพระวิหารรถได้รับอุบัติเหตุรถพลิกคว่ําครูแดงกระโดดลงรถถูกรถทับครูแดงเสียชีวิตคนเดียวตั้งแต่ครูแดงเสียชีวิต

เคยมาปรากฏกายให้เจ้าหน้าที่เห็นจึงได้ทำบุญอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลไปให้จากนั้นก็เลยได้เรียกผานี้ว่า ผามออีแดง ซึ่งเดิมเลยเรียกว่า ผามอ45 ผาคือหน้าผาอันสูงชัน มอก็คือหน้าผาที่มีความสูงถึง45องศาปราสาทเขาพระวิหารมีเนื้อที่ประมาณ150ไร้ตั้งอยู่บนเทือกเขาพนมดงรัก เขมรเรียกว่าพนมดองแร็ก แปลว่า ไม้คาน ที่เขาเรียกว่า ภูเขาไม้คานเพราะเขาลูกนี้จะคดโค้งมีลักษณะเหมือนไม้คานมีความยาวตั้งแต่จังหวัดอุบลราชธานีจนถึงจังหวัดนครราชสีมากั้นพนมแดนระหว่าง ประเทศไทย และ ประเทศกัมพูชา

 

ประสาทเขาพระวิหารถูกสร้างขึ้นปีพุทธศักราช1436

ซึ่งได้ตรงกับรัฐสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 1 ที่เป็นกษัตริย์ขอมนับตั้งแต่วันสร้างจนมาถึงปัจจุบันจึงมาอายุถึง1120ปีในการก่อสร้างปราสาทเขาพระวิหารนั้นได้มีความเชื่อว่าหากวงค์ตระกูลใด หรือ รัฐสมัยใดได้สร้างปราสาทเขาพระวิหารได้สำเร็จจึงเป็นการสาปแช่งวงค์ตระกูลนั้นๆจึงทำให้ในปัจจุบันปราสาทเขาพระวิหารก็ยังไม่สามารถสร้างได้เสร็จในการสร้างในสมัยนั้นเพื่อนำไปใช้ในประกอบพิธีทางศาสนาศาสนาฮินพระพิเศวรกายที่ได้นับถือเทพพระศวะเป็นเทพสูงสุด

 

โดยมีศิวลึงค์เป็นสัญลักษณ์สำหรับศิวลึงค์ที่ได้อยู่ด้านบนปราสาทเขาพระวิหารนั้นในปัจจุบันแล้วมันอยู่ที่ประเทศฝรั่งเศษปราสาทเขาพระวิหารถือว่าเป็นร่องรอยความเจริญรุ่งเรืองและวิถีชีวิตในผู้คนในอดีตและยังได้สะท้อนถึงความสำคัญของปราสาทที่เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวทางจิตใจและสร้างความสัมผัสไกลล้ชิดระหว่างผู้คนในชุมชนโบราณในแถบนี้มาตั้งแต่บรรพกาล ซึ่งหลายคนอาจจะบ่งบอกว่าเป็นเรื่องราวใหญ่โตเกี่ยวกับการยึดแต่เรานั้นมองว่าสิ่งสำคัญคือประวัติศาสตร์ที่มีร่องรอยโบราณสถานมากกว่า แต่นั้นก็เพราะเป็นเรื่องที่ทำให้ลูกหลานของเราได้รู้จักที่มาที่ไปโดยร่องรอยเหล่านั้นแหละ